ไฉนสงครามการค้า เมืองจีน-ประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็”เอาแรงสู้รบ”ได้มา

ไฉนศึกสงครามการค้าขาย จีน-สหรัฐอเมริกา จึง”เอาแรงรบรา”คว้า รอยเตอร์ – ในการพานพบนอกรอบการประชุม G20 แห่งหนโอซากาน้ำ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างผู้ปกครอง เช็ด จิ้นผิงสรรพสิ่งเมืองจีน กับ ประมุขกระแทกัลด์ ทรัมป์ สรรพสิ่งสหรัฐอเมริกา พอวันที่ 29 มิ.ย. ได้มายอมรับ “เอาแรงรบรา” ชั่วคราว เพราะว่า ทรัมป์ ให้สัญญาแหวจักไม่ขึ้นไปภาษีศุลกากรสินค้าที่นำเข้าจากอีนอีก และสหรัฐอเมริกา ก็ครบถ้วนเลิกมาตรการกักคุมหุ้นส่วนอเมริกันซื้อขายกับดักกงสี ขม่อมเว่ย เทคนูนกิโลยีส์ ทรัมป์ ออกมาปันออกสัมภาษณ์สั่งการพูดคุยกับ ถู จิ้นผิง ได้มาผลลัพธ์ “ยอดเป็นเลิศ” ซึ่งเป็นเหตุให้งานเจรจาระหว่างหญิบชนชาติ มหาอำนาจกลับมาสู่ประสาปกติอีกหน“อิฉันประกอบด้วยการเจอแห่งหนดีเยี่ยมกับประมุข ถู แห่งหนจีน มันเป็นเยี่ยมเต็มแรงๆ หรือว่าคงจะรายงานได้มาว่ายอด บริสุทธ์อย่างที่เลี่ยนน่าดำรงฐานะ” ทรัมป์ เจาะจง “ดิฉันคุยกักคุมเหลือแหล่เนื้อความ กับการเจรจาได้กลับมาไปสู่ภาวะสามัญซ้ำ ครู่หนึ่งทรงไว้ได้มามองเห็นตวาดจักก่อกำเนิดอะไรขึ้นไปบ้าง”ทรัมป์อีกต่างหากบ่งบอกอีกว่า หมวดหุ้นส่วนอเมริกันสมรรถซื้อขายแลกเปลี่ยนกับดักยักษ์โค่งโทรคมนาคมเมืองจีน หัวเว่ยได้มาอีก ละเว้นงานจำหน่ายเครื่องมือแห่งหนคงจะกดขี่ความแน่นหนาของสหรัฐฯ ซึ่งการประกาศตรงนี้นับว่าเป็นการอวสานข้อบังคับหุ้นส่วนสหรัฐอเมริกา ซื้อขายกับดักขม่อมเว่ย กับพณสหรัฐอเมริกาจักชุมพลในที่วันวันอังคารสถานที่ 2 ก.ค. เพื่อจะวิเคราะห์ด้วยกันตกลงใจการถอดชื่อศรีษะเว่ใบยอทรวงจากบัญชีดำการค้า ซึ่งหุ้นส่วนอเมริกันจะจำเป็นจะต้องได้รับอนุญาตก่อนที่จำหน่ายผลิตผลใดๆ แยกออกกับกองกลางแห่งบัญชีดำทรัมป์อีกต่างหากรายงานด้วยความดีอกดีใจแหว จีนคว้ายินยอมพร้อมใจจับจ่ายใช้สอยของซื้อของขายสหรัฐจำนวนรวม “ใหญ่ศาล” เพื่อจะลดความไม่สมดุลเชิงพาณิชย์ โดยพนักงานจักส่งรายการสินค้าสถานที่สหรัฐฯ ตั้งใจแลกเปลี่ยนแบ่งออกกับทางประเทศจีน และโหล่ ทรัมป์อีกต่างหากได้มากล่าวย้ำตวาด มุขวอชิงตันจะถือมั่นหลัก “เมืองจีนลำพัง” ซึ่งก็หมายข้อความตวาดจะเปล่าเข้าไปสอดแทรกความไต้หวันสิ่งของเมืองจีนสำนักข่าวซินหัวรายงานถึงกาน้ำเลิกสนทนาสรรพสิ่งผู้นำประเทศจีน กับ ผู้นำประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า ผู้นำชไมได้แลกเปลี่ยนทัศน์เกี่ยวการพัฒนาสิ่งของความเกี่ยวข้องจีน-สหรัฐอเมริกา ซึ่งดำรงฐานะข้อคิดโจทย์แห่งหนมีรูปร่างพื้นฐานจีน-ประเทศสหรัฐอเมริกา โจทย์การกระทบกระทั่งกันในด้านการค้าขายเมืองจีน-ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยกันโจทย์สถานที่มีความสำคัญมุขสากลเป็นต้นว่า ปัญหาการให้เป็นอิสระนุกระทรวงการคลังาบมหาชลาลัยประเทศเกาหลี เพราะผู้นำทั้งคู่เห็นด้วยกันแหวจะจำเป็นจะต้องจำกัดทิศทางการพัฒนาความเกี่ยวพันสิ่งของทั้งคู่ด้าวแบ่งออกงดงาม เพราะสรุป การประสานมือเชื่อมโยง ความร่วมมือ และ ความมั่นคงเป็นสำคัญรากฐานเช็ด จิ้นผิง บ่งชี้ตวาด ความเกี่ยวพันเมืองจีน-สหรัฐอเมริกา เป็นความสัมพันธน์เอ็ดที่สำคัญเต็มที่สิ่งของความเกี่ยวข้องสองฝ่าย แต่ว่าประกอบด้วยความเป็นจริงหัวเรื่องเอ็ดสถานที่ไม่สับเปลี่ยนก็ลงความว่า พอจีน-สหรัฐฯ ร่วมกันกักคุมตลอดอำนวยประโยชน์ดามกันและกัน ทว่าครั้นสู้รบกันก็ต่างบาดเจ็บพร้อมกัน ร่วมกันกันย่อมเหนือชั้นกว่าการกระทบกระทั่งกัน การพูดคุยเจรจาย่อมเหนือชั้นกว่าเป็นปฏิปักษ์กักคุม ปัจจุบันนี้ความเกี่ยวพันเมืองจีน-สหรัฐอเมริกาพบความลำบากมั่ง ย่อมเปล่าสอดคล้องกับดักผลกำไรทั้งสองฝ่าย ขนาดที่สองชนชาติจักประกอบด้วยเสียงต่าง แต่ว่ากำไรของหญิบก้ำประกอบด้วยการหลอมละลายในที่ระดับสูง นอกเมืองงานร่วมกันนั้นกว้างไกลกว้างขวางเหลือใจ ชั่วร้ายแบ่งออกตกอยู่ในหลุมพรางสถานที่การสู้และเป็นศัตรูกันถู จิ้นผิง ย้ำแหว เมื่อบอกแยกออกกระทั่งจากนั้น ธาตุแท้การช่วยกันด้านเศรษฐกิจการค้าประเทศจีน-ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมความว่ารับประโยชน์กันและกัน กับคว้าการมีชัยชนะ Win Win กำไรชิ้นมากของสองก้ำคลุกเป็นเนื้อเดียวกัน หญิบชนชาติน่าจะที่จะเป็นกองกลางแห่งหนบริสุทธ์ เช่นนี้ อำนวยประโยชน์ตลอดต่อจีน ประกบสหรัฐอเมริกา และประกบผลกำไรสิ่งของทุกทั้งโลก ก้ำเมืองจีนมีความจริงใจที่จะพูดจากับดักสหรัฐอเมริกา จำกัดความเห็นต่าง การพูดจาควรจำเป็นต้องเสมอภาคกัน และสะท้อนคลอดจดความเคารพต่อกัน ขบปัญหาแห่งหนต่างสนใจอย่างสมเหตุสมผลศึกสงครามการขายจีน-สหรัฐฯ ที่ดำเนินมาช้ากระทั่งพรรษา กับตกลงมีกาต้มน้ำเลิกสนทนาห้ามมาถึง 11 ยก จนถึงจำเป็นจะต้องหยุดยอมพอดวงจันทร์ พ.ค. คว้าแบ่งออกบทเรียนอายุมากชไมสงคราม ประชาชน ด้วยกันด้าวต่างๆ ทั่วโลก ข้อมูลออกสิ่งของความประพฤติรับรองแยกออกเห็นแหว ศึกสงครามการขายสิ่งของชนชาติเศรษฐกิจประเภทหนึ่งกับหญิบ ไม่เฉพาะแต่มีผลร้ายดามหญิบสงครามเพียงนั้น ผิอีกต่างหากกระทบถึงเศรษฐกิจด้าวต่างๆ ทั่วโลกพร้อมด้วย ทั้ง ไอเอ็มเอฟ และธนาคารโลกแตกต่างตกลงคาดคะเนการเติบโตสิ่งของเศรษฐกิจพื้นโลกในชันษาต่อๆไปมีแนวโน้มที่จะลดลง ด้านหน่วยงานการค้าพื้นโลก (WTO) ก็ได้ทำให้เสมอลการคาดการณ์ล่วงหน้างานเติบโตของการค้าโลกปีตรงนี้จาก 3.7% เหลือหลอ 2.6%ซีกกลางเมืองอเมริกันกับนักธุรกิจสหรัฐฯรวมหมดโย่งบางตา แตกต่างก็ได้สู้กับความจริงประกบผลเสียจากการแห่งหนรัฐบาลทำสงครามการค้ากับประเทศจีน และไม่ต้องการแบ่งออกรัฐบาลทรัมป์ ประกาศสงครามการค้าขายกับเมืองจีนถัดไปอีก เขาทั้งหลายต่างแสดงให้เห็นตวาด เอาท์พุตงานขึ้นภาษีศุลกากรกับดักของซื้อของขายประเทศจีนสถานที่นำเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงที่สุดแล้วก็ตกเป็นภาระสรรพสิ่งประชาชนอเมริกันผู้ใช้ ทำให้เขาทั้งหลายจำเป็นจะต้องหามโสหุ้ยในชีวิตประจำวันเพิ่มพูนด้านผลิตผลนาที่เคยส่งซื้อขายจีนซึ่งครอบครองตลาดชิ้นโย่งเยอะแยะ พอรัฐบาลทรัมป์ขึ้นเงินภาษีจาก 10% เป็น 25% จีนก็ไม่สั่งซื้อขนมจากสหรัฐอเมริกา หันมาจับจ่ายขนมจากแดนอื่นๆแห่งหนมีค่าถูกกระทั่ง เป็นเหตุให้ผลิตผลนาขายไม่ออก สร้างความยากจนข้นแค้นแก่เจ้าตำรับฟาร์ม รัฐบาล ทรัมป์ มุ่งปันออกนักธุรกิจประเทศสหรัฐอเมริกาที่ให้ทุนในจีนแยกออกเคลื่อนย้ายผลิต สับเปลี่ยนห่วงเครื่องจองจำอุปาทานใหม่ แต่ว่าทั้งหมดต่างบอกดำรงฐานะเสียงเดียวกันตวาด ก่อใม่คว้า ยิ่งไปกว่านั้นเปล่าสามารถทำการแห่งยุคสั้นๆ จากนั้น อีกต่างหากยุ่งเกี่ยวจรดวัตถุดิบที่จะให้อาหารโรงงานคุณลักษณะที่อื่นเทียบของจีนไม่ไหว รวมทั้งกรรมวิธีการผลิตสถานที่ละเอียดแกล้งเกลา เขาทั้งหลายแล้วจึงมุ่งแบ่งออกรัฐบาลทรัมป์ล้มเลิกประกาศสงครามการค้าขายกับประเทศจีนในการเปิดรับฟังข้อคิดเห็นของรัฐบาลอเมริกันที่ตระเตรียมขึ้นภาษีศุลกากรผลิตภัณฑ์จากประเทศจีนค่า 300,000 กล้อนดอลลาร์ เมื่อเดือนแห่งหน ต่อจากนั้น ตรงเวลา 7 วัน นักธุรกิจอเมริกันสถานที่จากไปรวมรวมพล 90% ขึ้นไป ประท้วงรัฐบาล ด้วยกันมุ่งแบ่งออกล้มเลิกงานทำสงครามการค้ากับเมืองจีนชำรุดด้วยเหตุที่งานเจรจาที่ผ่านมา ก้ำสหรัฐฯ ไม่มีความจริงใจ ทั้งพากเพียรกดดันแบ่งออกฝ่ายประเทศจีนหยวนสหรัฐฯ อย่างพ้นไปบริเวณกำหนด ชักกระตุกเข้าไปชักให้กำเนิด ชิ้นสถานที่เคยยินยอมพร้อมใจห้ามไว้แล้วจึงยกมาขึ้นไปมาคุยใหม่ ซึ่งทิศประเทศจีนแสดงว่าก้ำสหรัฐอเมริกา ปราศจากความจริงใจ ทั้งไม่ปันออกความเท่าเทียม ด้วยกันฉีกขาดความเคารพกันและกัน ปฤษฎางค์งานพูดจากว้านที่ สิบเอ็ด พอพระจันทร์ พ.ค. ก้ำจีนแล้วก็ข่าวว่า หากจักได้สติงานเจรจากักคุมนวชาต ประเทศสหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอิริยาบถใหม่ศึกสงครามการค้าขายระหว่างประเทศจีน-สหรัฐฯ แห่งหนดำเนินยิ่งนักแหวพรรษา คว้ายืนยันหลังจากนั้นว่า ไม่มีผู้คว้า มีทว่าชำรุดทรุดโทรมกันและกัน แต่ว่าเนื่องจากฝ่ายเมืองจีนได้ดำเนินแนวทางเปิดรับยิ่งขึ้น ทำให้เศรษฐกิจจีนประกอบด้วยความดานข้นเหนียวเพิ่มขึ้น ยิ่งไปกว่านี้ ยังคว้าประกอบด้วยการเตรียมการล่วงหน้า สับเปลี่ยนการส่งออกมาเน้นการกินข้างในตั้งแต่ก่อนกำหนดศึกสงครามการค้าจะริเริ่มขึ้น กระเป๋าแห้งงานเสพในได้ยกระดับสูงศักดิ์ขึ้นไปช้าๆ พ้น 50% สรรพสิ่ง GDP ซึ่งสิ่งนี้ได้มาช่วยแยกออกเศรษฐกิจจีนประกอบด้วยความแข็งแรงแข็ง กับสามารถที่จะทัดทานความสูญเสียที่เกิดจากสงครามการขายได้ ขณะเดียวกัน ในแวดวงสื่อสิ่งของจีน หลังการพูดจาจำต้องซบเซา คว้านำกันออกมาเปิดเผยสหรัฐฯว่าเป็นเหล่าความเชื่อหัวไม้เอาแต่ได้ กับได้ปลุกจิตใจเหิมฮึกแห่งกล้ารบราฆ่าฟันกล้าทำให้จำยอม ข่าวสารเสียงกระด้างที่จะไม่รับยินยอมแก่อเมริกา ด้วยกันจะเปล่าสนทนาเช่นกันถ้าหากประเทศสหรัฐอเมริกาอีกทั้งไม่เปลี่ยนท่าทีสถานที่เห็นแก่ตัวอย่างเดียวซีกบรรยากาศของห้องประชุม G20 ก็มีแม้ว่าเสียงค้านหลักการดีเลิศการตั้งกฎเกณฑ์ หลักการกีดกันทางการค้า มุ่งหมายพหุนิยม และโลกาภิวัตน์ ด้าวต่างๆ นำกักคุมอยากจ่ายหญิบมหาอำนาจเศรษฐกิจวรรณะ 1 ด้วยกัน 2 หันเข้าพบกักคุม ยุติศึกสงครามการค้าขายที่จะส่งผลเสียหายประกบเศรษฐกิจพื้นโลกภายใต้บรรยากาศรวมหมดภายในประเทศอเมริกา กับมุขสากลตามที่บอกมา และแรงบีบคั้นสิ่งของกลางเมืองอเมริกันและแดนต่างๆ ทั่วโลก เพิ่มกับความติดขัดกระยาเลย สถานที่อเมริกาคว้าพบมาโดยตรง สร้างแยกออกทรัมป์ จำเป็นจะต้องเปลี่ยนท่าที เหลียวดูลงมาเห็นด้วย “เอาแรงต่อสู้” กับเมืองจีนและริเริ่มการพูดกักคุมใหม่ผลจากแห่งมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ หนึ่ง และสอง สมรรถยินยอมพร้อมใจกักคุมได้ มีผลแยกออกบรรยากาศทั่วโลกสดใส สนุกสนาน ทำให้เกิดเป้าหมายที่ศึกสงครามการขายเมืองจีน-อเมริกาคงยุติลงได้มา ทุกฝ่ายแตกต่างหายใจเบาใจไปติดตามๆห้ามแต่ว่าเลยกำหนดก่อนกำหนด ! อย่าเพิ่งดีอกดีใจเร็วเกินไป ความเชี่ยวชาญสถานที่เปลี่ยน ทดลองแล้วดุ เลี่ยนอาจจะจำเป็นจะต้องกลับกลอกอีกเหลือแหล่ตลบ ซึ่งสื่อฝ่ายจีนได้มากล่าวย้ำไว้ต่อจากนั้นว่า จำต้องเตรียมทำสงครามกินเวลา เพราะว่าต้นเหตุที่อเมริกาทำศึกสงครามการค้าขายตอนนี้ มิได้ความไม่ถูกกันทางการค้าสามัญ ชนิดแห่งทรัมป์มักจะกล่าวอ้างความประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกกินแรงจากประเทศต่างๆ ชำรุดทรุดโทรมดุลการค้าให้กับเมืองจีนจด 5 แสนเลี่ยน ด้วยกันยังด้าวอื่นๆ อีก ตั้งแต่ประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหภาพยุโรป ประเทศอินเดีย ข้อแก้ตัวเหล่านี้เป็นพางการอุบัติ ไม่ใช้คืนธาตุแท้ของโจทย์โจทย์ที่แท้แน่ๆก็ถือเอาว่า อเมริกา โดยประกอบด้วยหัวหน้า ทรัมป์ เป็นผู้แทนออกหน้าไม่พอใจมากที่ จีน พลังปฏิรูปตัวเองอย่างเร็วแห่งทุกๆปีก และกำลังสาวเท้าก้าวหน้าสหรัฐฯจรต่อจากนั้นต่างๆ โดยเฉพาะแผนการ “Made in China 2025” สถานที่ตั้งหน้าปฏิรูปตนเองในด้านไฮเทค มันแย้งกับดักคำขวัญของทรัมป์ที่ว่า “American First” ขณะนี้ GDP สรรพสิ่งประเทศสหรัฐอเมริกาจะมาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยกัน เมืองจีนมาเป็นระดับคู่ แต่ว่าสมมติว่าไตร่ตรองตามมีตามเกิดจับจ่ายใช้สอยต่อจากนั้น เมืองจีนคว้ารุดหน้า ประเทศสหรัฐอเมริกา จากไปหลังจากนั้น โดยเหตุนั้น ทรัมป์ จึ่งยอมไม่ได้ ด้วยกันจักต้องหามุขขัดขวางจีนไม่ให้สาวเท้ารุดหน้าจากไปนี่แล้วจึงครอบครองวงกลมแห่งแก้ชั่ว ก็เพราะว่าการพัฒนาสรรพสิ่งจีนไม่มีประเทศใดสมรรถกีดขวางวางได้มา ครั้นเห็นขัดแย้งกับพากเพียรสกัดก็เที้ยรต้องมีการชนแห่งรูปกระยาเลย มันแล้วจึงเกิดเรื่องเลวจะจ่ายล้มเลิกลงง่ายๆ ตำแหน่งก็คงจำต้องครอบครองชนิดที่พาหะประเทศจีนระบุเก็บว่า อาจจำต้องสั่งสนทนากักคุมจากไป ต่อสู้ห้ามไป สลับห้ามไป สลับกักคุมลงมา3 ก.ค. 62