โจทย์แห่งสังคมโลกกับสังคมประเทศไทยรอคอยวิสัชนา

โจทย์แห่งเข้าสังคมแหล่งหล้าและเข้าผู้เข้าคนแหลมทองคอยคำตอบจาก กรุงเทวัญธุรกิจ โดย ดร.บัณฑิต สม่ำเสมอถาวร 6 มกราคม 2563ณบทความแต่ต้นสิ่งของคอลัมน์ “เศรษฐศาสตร์ผู้สำเร็จการศึกษา” ชันษาตรงนี้ ผมอยากริเริ่มอีกด้วยข้อคิดเห็นสิ่งของนักเศรษฐศาสตร์ บำเหน็จโป่งเบิล ศาสตราจารย์โจเซฟ สัมปชัญญะกลิสต์ (Joseph Stiglitz)แห่งหนได้ให้เก็บณเรียงความสรรพสิ่งเขาครั้นจันทร์เดือนพฤศจิกายนปีก่อน แห่งหนกล่าวขวัญความเหมาะสมสิ่งของเงินรายได้ประชาชนเมี่ยงชาติหรือว่าGDP ที่จะเป็นตัวเป็นตนตรวจวัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเจริญของเข้าผู้เข้าคน เพราะว่ากล่าวว่า โลกสรรพสิ่งอีฉันทุกวันนี้กำลังอ่อนล้าพร้อมด้วยสามปัญหาประธานแห่งหนกำลังบั่นทอนสุขทุกข์สิ่งของสังคมพื้นแผ่นดินและทั้งมวลมนุษยชาติ เป็นปัญหาสถานที่พ้นไปคำเฉลยโจทย์แรก ถือเอาว่าโจทย์พื้นแผ่นดินร้อน คู่คือโจทย์ความเหลื่อมล้ำ และตรีตกว่าวิกฤตสิ่งของการเมืองที่ระบอบประชาธิปไตย ทั่วตรีปัญหาง่อนแง่นความเก่งกาจสิ่งของเศรษฐกิจทั่วโลกที่จะเจริญ ง่อนแง่นน้ำบ่อหน้าแห่งคุณประโยชน์จากการเจริญสรรพสิ่งเศรษฐกิจจักสมรรถแบ่งแยกแจกใหักออกับคนวงในเข้าสังคมได้มาประการทั่วกัน และสั่นคลอนความเชื่อที่ว่า การเมืองที่ระบอบประชาธิปไตยแห่งหนประชาชนมีส่วนร่วมจะดำรงฐานะกลไกสถานที่เข้าผู้เข้าคนสมรรถใช้แก้ไขแห่งหนสังคมมีตรีโจทย์นี้คือโจทย์สถานที่มนุชทั่วโลกมุ่งหมายคำเฉลย เห็นได้มาจากชันษาที่แล้วสถานที่ครอบครองพรรษาของงานต่อต้านแห่งประชาชนจากทุกซีกของ โลกออกมาเรียกร้องแห่งข้อคิดเหล่านี้ ครอบครองปัญหาสถานที่สังคมแหลมทองเองก็เรียกร้องคำเฉลยแหว อีฉันจักเริ่มแก้ไขความสูญเสียแห่งหนมีต่อบริเวณแวดล้อมจากการเติบโตของเศรษฐกิจกับปัญหาโลกร้อนได้มาหรือยัง อีฉันจะทำอย่างไรกับดักความแตกต่างในประเทศสถานที่ประกอบด้วยเต็มแรง และอีฉันจะทำนครสรรพสิ่งประเทศแจกซูบปัญหาปัญหาแห่งประเทศประกอบด้วยได้ยังไง เพื่อให้การเมืองถูกฟ้องมุ่งหมายจ่ายกับดักงานแก้ไขปัญหาโจทย์แหล่งหล้าร้อน วงในเรือนอีฉันเป็นส่วนใหญ่มองว่าเกิดเรื่องห่างไกลตัว เกิดเรื่องของคนอื่นๆ และมิได้เรื่องด่วน แม้ว่าเอาท์พุตจากสถานะที่เป็นอยู่แหล่งหล้าร้อนได้เข้าแตะความเป็นอยู่สรรพสิ่งเราเติบโตไม่รีบร้อน กระเป๋าแห้งจับต้องได้ ไม่ว่าจักถูกฟ้องแปลกประหลาดสรรพสิ่งลมฟ้าอากาศ วิสัยที่เป็นไปอุทกภัยสลับกับดักภัยแล้งต้นร่างชันษาดามปี ด้วยกันปัจจุบันแห่งเราเผชิญด้วยตัวเองทั้งหมดถือเอาว่า ธุลีด้วยกันโจทย์คุณภาพลมฟ้าอากาศแห่งหนดีฉันหายใจ โจทย์กลุ่มนี้นับวันจักสาหัสด้วยกันเกิดขึ้นเป็นนิตย์ ไม่มีเงินชันษาแต่ก่อนพูดคว้าว่าครอบครองพรรษาศูนย์กลางหรือไม่ก็ชันษาตั้งต้นสิ่งของภัยจากสถานะที่เป็นอยู่พื้นแผ่นดินร้อนสถานที่พื้นแผ่นดินจะจับต้องความร้ายกาจสิ่งของโจทย์เติบโต จากนี้ไป ชันษาก่อน ดีฉันริเริ่มปีอีกด้วยอากาศร้อนระอุแห่งหนออสเตรเลีย เฉลี่ยกระทั่ง 40 องศาเซลเซียส กับร้อนนานดำรงฐานะดวงเดือน ครั้นแหล่งหล้าร้อนและอุณหภูมิสูงศักดิ์ขึ้น ภูเขาน้ำแข็งก็ถูกคร่า กรณีเทียบเท่าระหว่างกระแสน้ำอุ่นน้ำเย็นแห่งอรรณพไม่ผิดแตะ เราจึงมองเห็นการมีขึ้นสิ่งของพายุพายุหมุนแห่งสาหัส ประสาดินฟ้าอากาศที่สุดโต่ง คือร้อนจังและหนาวเหน็บเต็มแรง ด้วยกันไฟเผาไพรแห่งหนจอดทุ เพราะว่าลมฟ้าอากาศแห่งร้อนได้ทำลายความชื้นสิ่งของเมทินี ปัจจุบันก็แห่งหนออสเตรเลียแห่งไฟป่าอีกต่างหากไม่เลิก แตะทุกข์สุขสิ่งของมนุชและคนแห่งจำเป็นจะต้องสถิตอรัญญิกเป็นบ้าน นี่คือความรุนแรงของสถานะที่เป็นอยู่พื้นแผ่นดินร้อนสถานที่อีฉันมองเห็นครั้นชันษาแต่ก่อนตลอดทั้งพรรษา ด้วยกันจักเหลือบเห็นจำเริญที่ปีนี้ด้วยกันปีดามๆ เจียรเสียแต่ว่าความสนใจสิ่งของข้าราชการการเมืองและนักคิดค้นแนวนโยบาย ที่จะแก้ไขปัญหาโลกร้อนสถานที่เป็นอันตรายต่อหน้าทาบทุกข์สุขสิ่งของิ วัดกับดักความรุนแรงสิ่งของโจทย์ตรงนั้นไม่เหมือนกันลิบลิ่วเจียน พูดได้ว่ารัฐบาลทั่วโลกส่วนมากยังไม่ยอมขยับที่จะสมคบคิดกันแก้ไขตรงนี้อย่างจริงจัง อย่างเช่น สหรัฐอเมริกาป้ายประกาศถอนตัวจากกติกาปารีสของ 187 แดนที่จะขจัดปัญหาโลกร้อนโดยมีความมุ่งหมายชัดเจน อ้างกิจธุระแห่งไม่เป็นกลางที่จะประกอบด้วยดามคนอเมริกัน กรณีเปล่าจริงจังนี้ทำให้มนุชรุ่นเด็กวัยรุ่นทั่วโลกรวมทั้งเยาวชนคว้าออกมากระดุกกระดิกณคดีนี้มาก เพราะว่าจะแตะอนาคตและสุขทุกข์สิ่งของพวกเขาโดยตรง ในประเทศแหลมทองก็คงด้วย เพราะว่าเป็นกระแสด้วยกันความมุ่งมาดปรารถนาสรรพสิ่งคนสาวยุคปัจจุบันด้วยกันคนรุ่นใหม่ เป็นปัญหาแห่งรัฐบาลกับนักประดิษฐ์นโยบายสิ่งของอีฉันจักจำเป็นต้องให้ความสำคัญจำเริญเพื่อเปล่าแจกก่อเกิดระยะห่างกับคนรุ่นใหม่ของด้าวปัญหาความแตกต่างก็เป็นปัญหาสำคัญสิ่งของสังคมอีฉัน ก็เพราะว่าความแตกต่างในประเทศดีฉันมีจัง อยู่ณระดับต้นไม้ใบหญ้าๆ ของพื้นแผ่นดิน กับประกอบด้วยมากกว่ามิติสิ่งของรายได้หรือความมั่งคั่ง คือณเข้าสังคมบ้านดีฉันความเหลื่อมล้ำไม่ไหวประกอบด้วยเฉพาะรายคว้าหรือว่าความรวย เสียแต่ว่าประกอบด้วยจ่ายเหลือบเห็นที่เรื่องสิ่งของโอกาส อำนาจ เสรีภาพเฉพาะบุคคล และความเท่าเทียมแห่งการบังคับใช้กฎหมาย ความเหลื่อมล้ำของโอกาสอันควรแห่งหนกล่าวขวัญถือเอาว่าโอกาสอันควรณงานเข้าถึงการศึกษาแห่งดีงาม โอกาสอันควรสิ่งของงานประกอบด้วยธุรกิจแห่งดีปฏิบัติตามความสามารถสถานที่ประกอบด้วยอยู่ โอกาสสิ่งของการเข้าถึงสินเชื่อหรือไม่ก็บริการทางการเงินเพื่อสร้างรายได้กับอนาคต และขนมจากรูปพรรณสัณฐานของความเหลื่อมล้ำแห่งหนมีในเข้าผู้เข้าคนไทยแห่งหนมีมากมายมิติ การขจัดปัญหาแห่งหนมุ่งเสียแต่ว่าความเหลื่อมล้ำของรายได้ไม่ก็ความมั่งคั่งเหมือนอย่างผู้เดียวก็จักไม่ประสบความสำเร็จ การแก้ปัญหาจำต้องแยกออกเนื้อความสำคญกับมิติความแตกต่างณข้างอื่นพร้อมด้วยอาทิ กบิลการศึกษาเล่าเรียน การว่าจ้างตามความฉลาดความเก่งกาจสถานที่ไม่ใช้คืนคนช่วย การเข้าถึงสินเชื่อของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานกิจธุระขนาดเล็กและการถือสิทธิ์ความเที่ยงธรรมเท่าเทียมกันออกหมายเรียกตอนกฎเกณฑ์เมื่อเปลี่ยนลงมา ทรงไว้ชัดแจ๋วแหว การแก้ปัญหาความแตกต่างมีสิทธิ์การฝักใฝ่โกร๋งเกร๋งเต็มแรงขนมจากฝ่ายการบ้านการเมือง ไม่ว่าจักเป็นรัฐบาลภูมิหลังขนมจากการเลือกตั้งไม่ก็รัฐประหาร ส่วนหนึ่งเพราะผู้สถานที่ได้ประโยชน์ขนมจากความเหลื่อมล้ำสถานที่ประกอบด้วยสิงสู่ไม่ต้องการปันออกมีความเปลี่ยนแปลง กับอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการบ้านการเมืองของผู้แห่งหนได้ประโยชน์กลุ่มนี้มีหลาย ปัจจุบัน เห็นได้มาจากภาษีที่ดิน สถานที่มีการเลื่อนที่ไม่เอามากระทำใช้แม้จะดำรงฐานะเทศบัญญัติหลังจากนั้น เพราะผู้ที่รับประโยชน์เปล่าหิวเสียภาษีอากร นอกจากนี้ กบิลการบ้านการเมืองสิ่งของแดนก็สร้างโจทย์ความแตกต่างปันออกประกอบด้วยงอกงาม จากปัญหาฉ้อโกงคอร์รัปชั่นแห่งหนแดนฉันก็ติดอันดับพื้นโลกเช่นกัน รวมถึงการใช้อำนาจประเทศชาติเพื่อประโยชน์ของบริวารตนเอง เป็นต้นว่างานเข้าครอบครองที่ดินประการนอกกฎหมายแม้ว่าไม่ไม่ผิดดัดสันดาน เหล่านี้ทำเอาโจทย์ความเหลื่อมล้ำของแดนสาหัสขึ้น จากผลขนมจากงานฉ้อฉลยักยอก กบิลค้ำชู กับงานเปล่าให้มีงานแก้ปัญหาแห่งหนเห็นทีลงความว่า พอความเหลื่อมล้ำมีณแหล่มิติ กับทุกมิติต่ำช้าลงก็เพราะว่าไม่มีงานเยียวยา แรงบีบคั้นประกบคนวงในสังคมสถานที่ถูกแตะต้องเพราะโจทย์ความแตกต่างก็จะจัง ก็เพราะว่ายัดเยียดเข้าไปเข้ามามากมายมิติ ทำให้ความเก่งกาจสิ่งของมนุษย์สถานที่ถูกแตะต้องที่จะทรหดอดทนกับดักแรงบีบคั้นเหล่านี้คงตัดทอนกระเถิบยอมคล่อง ด้วยกันอ่อนไหวที่จะปะทุออกมาเป็นคดีไม่สบอารมณ์ดามระเบียบอย่างมากมาย ซึ่งแม้บังเกิดจักควบคุมยาก นี่ถือเอาว่า สิ่งแห่งหนจำต้องตื่นที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่จะจำเป็นจะต้องรีบแก้ไขข้อเสนอแนะลำดับที่สาม คือว่าความล้มเหลวสรรพสิ่งการบ้านการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งหมายถึงความผิดพลาดณการปฏิบัติราชการสรรพสิ่งข้าราชการการเมือง ความผิดพลาดณตัวข้าราชการการเมืองด้วยกันภาวะผู้นำ กับความสิ้นหวังแห่งแนวนโยบายปะปนกัน แห่งหนออกลูกเต็มแรงที่ก่นเอาอกเอาใจประชาชนเพื่อจะคะแนนนิยมยิ่งกว่าที่จะแก้ไขแห่งหนแดนมี กลุ่มนี้ทำให้การเมืองในระบอบประชาธิปไตยเปล่าสมรรถเป็นกลไกในการขจัดปัญหาที่ด้าวมี ในข้อคิดนี้ การเมืองด้าวอิฉันก็ปิดประตูความเป็นจริงเหล่านี้ไม่ได้ เพราะว่าพรรษาเดิม ซึ่งเป็นพรรษาแรกสิ่งของการเมืองแห่งกระบิลเลือกตั้ง กลางเมืองตลอดแดนก็เห็นจากนั้นสั่งการบุรีครอบครองเช่นไร การบ้านการเมืองอีกต่างหากเป็นการนครแบบเดิม แห่งหนถูกครอบงำเพราะว่าคนหมู่เก่าก่อนที่เล่นการเมืองเพื่อสิทธิยิ่งกว่าเข้ามาขจัดปัญหาสรรพสิ่งประเทศ ทำเอาการบ้านการเมืองของด้าวไม่รุดหน้า กับเปล่าสามารถเป็นความเรียกร้องแยกออกกับดักประชาชนกับอาณาเขตธุรกิจที่จะเอาธุระประเทศไปไปสู่ความเจริญและการพัฒนาในระดับดอนขึ้น เสมอเหมือนเรื่องเดิมขึ้นในประเทศอื่นๆด้วยเหตุนี้ ปัญหาที่ศายี่ห้อจารย์ สัมปชัญญะกลิสต์ ชูมาตลอดไตรปัญหาจึงสำคัญต่อประเทศไทยเป็นเหลือใจ คือว่าก่อยังไงแยกออกคนวงในเข้าผู้เข้าคนกับอาณาเขตธุรกิจสมรรถมีบทบาทที่จะลดทอนไม่ก็ปกปักรักษาอันตรายจากโจทย์แหล่งหล้าร้อน ไม่ให้เข้าแตะต้องความเป็นอยู่สรรพสิ่งคนไทยตลอดหนุ่มยุคปัจจุบันกับหนุ่มเด็กเหน้านัดดา ก่อยังไงที่อีฉันจักครอบครองสังคมที่ส่งเสริมห้ามด้วยกันจำแนกผลดีแห่งหนคว้าจากการเติบโตสรรพสิ่งเศรษฐกิจคว้าประการทั่วสมบูรณ์ ตัดทอนความยากแค้น ที่หามิได้การแบ่งแยกสินทรัพย์ แต่ว่าทำเอาคนวงในแดนประกอบด้วยอนาคตกาล ประกอบด้วยความเก่งกาจในการหาเลี้ยงชีพสมติดตามประสิทธิภาพสถานที่ประกอบด้วย ด้วยกันสร้างอย่างไรให้การบุรีของแดนเป็นการบุรีสถานที่นำไปสู่การก่อสร้างชาติ ก่อสร้างแดนให้เจริญรุ่งเรือง ไม่ใช่เช่นนั้นเพื่อจะพิทักษ์สิทธิสิ่งของกลุ่มคนนี่ลงความว่า ปัญหาสถานที่สังคมไทยคอยวิสัชนา และวิสัชนาจำเป็นต้องมาจากบทบาทสถานที่เข้มแข็งขึ้นเพื่อประโยชน์ของส่วนกลาง ขนมจากอาณาเขตการงานและอาณาเขตหมู่ชนเข้าสังคม