เมื่ออเมริกา ตกเป็นชาติส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงอันดับหนึ่งสรรพสิ่งพื้นแผ่นดิน

ครั้นประเทศสหรัฐอเมริกา ตกเป็นชนชาติส่งออกน้ำมันรถอันดับหนึ่งของโลกกำลังแรงงานเป็นยุทธ์ปัจจัยที่มีความหมายอย่างที่สุดเกี่ยวกับทุกๆ ด้าว โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา มหาอำนาจวรรณะเอ็ดของพื้นโลก ก่อนยิ่งนักรณีกระยาเลย สถานที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องพร้อมด้วย ทั้งมวลมีหลังฉากของโจทย์กำลังแรงงานทั้งสิ้น โดยเฉพาะปัญหาตะวันออกกลาง ไม่ว่า ความ อิรัก ลิเบีย และเวลานี้ เวเนซุเอลา ก่อนมาสหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยน้ำมันจากตะวันออกกลางยิ่งนักโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม้ว่าเดี๋ยวนี้สหรัฐอเมริกา คว้าถีบตัวเองขึ้นไปลงมาเป็นด้าวแห่งหนมีน้ำมันรถจองครอบครองประเภทเอ็ดของพื้นโลก รับช่วงซาอุฯ ด้วยกันโซเวียต กลายเป็นชาติมหาอำนาจส่งออกน้ำมันรถวรรณะหนึ่งสรรพสิ่งพื้นโลก และไม่จำเป็นจำเป็นต้องพึ่งพิงการพาเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางอีกต่อไปครั้นวันที่ 26 มี.ค. กรมข่าวสารพลังงานประเทศสหรัฐอเมริกาคว้าพูดว่า การผลิตน้ำมันสรรพสิ่ง ประเทศสหรัฐอเมริกาแห่งปี 2018 ได้ทวีคูณ 17% ครั้นเทียบกับดักปี 2017 สมรรถเกิดคว้า 10.95 กล้อนบาร์เรล ประกบวัน ขณะเดียวกันประเทศเกิดน้ำมันเช่นเดิมภูมิหลังกอย่างซาอุฯ ผลิตได้มา 10.42 กล้อนบาร์เรล/กลางวัน ในขณะที่รัสเซียผลิตได้ 10.75 เลี่ยนบาร์เรล/กลางวัน ทั้งนี้ เที้ยรคือว่า ในที่ระยะ 45 พรรษา นับแต่พรรษา 1973 เป็นต้นมา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เลื่อนชั้นครอบครองชนชาติกำเนิดน้ำมันรถเต็มแรงเต็มที่ใหม่ขนมจากสถิติที่ผ่านมาพบตวาด นับตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1990 ผลรวมน้ำมันเชื้อเพลิงสถานที่สหรัฐอเมริกากำเนิดได้น้อยลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเริ่มตั้งแต่พรรษา 2007 การข่าวสารขนมจากกรมแรงงานประเทศสหรัฐอเมริกา คว้าให้ข่าวสารว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันรถสรรพสิ่งประเทศสหรัฐอเมริกาได้มามากขึ้นจาก สิบ ปีกลายจด 2 สมดุล เมื่อถึงพรรษา 2018 ซึ่งพอเปรียบเทียบกักคุมจากนั้นเป็นเหตุให้ประเทศสหรัฐอเมริกา นำเข้าน้ำมันลดลงจรด 30% นับว่าเป็นปีแห่งหนจำเป็นต้องพึ่งพาการพาเข้าไปน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างด้าวต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1988 เป็นต้นมาริก เพร์เรียว (Rick Perry) รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐอเมริกาบอกด้วยคดีลิงโลดว่า สมัยแห่งหนงานมีพลังกิจธุระสิ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา คว้าจดหลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ไปดูตำแหน่งสถานที่เป็นจริงสถานที่แคว้นขุดน้ำมันรถของ สหรัฐอเมริกา เหลือบเห็นทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา มีรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงรายเรียงกักคุมเหยียดยาวน้ำมันเชื้อเพลิงที่สหรัฐฯทวีคูณลงมาบริบูรณ์กระเป๋าแห้งดำรงฐานะสิ่งอับหนึ่งนี้ก็มาจากการผลิตน้ำมันรถ เชล (Shale) ชิ้นก่อเกิดจากหินใต้พิภพ ทำให้เกิดเอาท์พุตสะเทือนอย่างใหญ่หลวงดามรูปแบบทางยุทธศาสตร์ของพื้นโลก ซึ่งเอาท์พุตสะเทือนที่เห็นได้ชัดสุดขอบก็คือว่า กรณีที่สหรัฐฯ ปฏิบัติการคว่ำบาตรต่อ เวเนซุเอลา ข่าวกักคุมใครต่อใครซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิงกับเวเนฯ งั้น ก็จักกระทบคว่ำบาตรเจียรด้วย ทำตัวเป็นนักเลงอันธพาลสิ่งของแหล่งหล้าชนิดที่มองเห็นๆ สิงสู่แห่งเดี๋ยวนี้ความจริงปริมาณจองน้ำมันเชื้อเพลิงของเวเนซุเอลถือว่ายิ่งนักแรงกล้าสิ่งของโลก ก่อนเต็มที่ลุ่มราคาซื้อระหว่างประเทศประเทศสหรัฐอเมริกาก็เข้าไปควบคุมหากำไรลงมาตั้งแต่พืชพันธุ์ พอ สมัยโบราณ ประธานาธิบดี องค์การอนามัยโลกโก ชาเวซ เวเนฯ คว้านางกิจจานุกิจน้ำมันเรื่อยๆเลี่ยนแห่งชาติ ก็ถูกเหล่าราคาทุนระหว่างประเทศมะกันประท้วงสม่ำเสมอ ผู้สถานที่นำเข้าน้ำมันขนมจากเวเนฯยิ่งนักสุดขอบก็รวมความว่า ประเทศสหรัฐอเมริกานั่นเอง จากสถิติปรากฏตวาด ก่อนก่อกำเนิดวิกฤตในที่เวเนฯ ประเทศสหรัฐอเมริกานำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงขนมจากเวเนฯสูงยิ่งนักถึง 6% สิ่งของน้ำมันเชื้อเพลิงแห่งหนนำเข้าของสหรัฐอเมริกา พอ สหรัฐอเมริกา สามารถไต่เต้าขึ้นมาถือครองวรรณะหนึ่งสรรพสิ่งแหล่งหล้า ก็ไม่จำเป็นจำเป็นต้องพึ่งพาการพาเข้าไปจากเวเนฯอีก รวมถึงขนมจากตะวันออกกลางเช่นกัน จึงสามารถปฏิบัติการอุบัติเหตุขันบาตรเวเนฯได้มาเต็มแรงงานแห่งหนประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถขึ้นไปมาครอบครองสภาพชนชาติส่งออกน้ำมันรถประเภทหนึ่งสรรพสิ่งโลก แล้วก็ทำเอาสหรัฐฯ สมรรถเคลื่อนที่แนวนโยบายประธานๆ 2 หัวข้อถือเอาว่าหัวข้อเริ่มแรก สมรรถคว่ำบาตรเวเนซุเอลาอย่างมาก เพื่อที่จะกดดันแบ่งออกรัฐบาลด้วยกันประชากรเสี่ยวเวเนฯจำเป็นต้องยอมตาม ด้วยกันประเทศสหรัฐอเมริกาก็จักจ้องมองฮุบพลังงานสรรพสิ่งเวเนฯวางครอบครองของตนเองหัวข้อญิบ สหรัฐฯ สามารถดำเนินแนวนโยบายสนับสนุนอิสราเอลอย่างเต็มที่ เพราะไม่ต้องกลัวแหว ชาติอาหรับจะใช้คืนน้ำมันรถเป็นอาวุธยุทโธปกรณ์หันกลับมาทิ่มแทงสหรัฐฯ ประการสถานที่เคยทำมาหลังจากนั้นการที่ กระทบัตัดทอน์ ทรัมป์ พอขึ้นกุมอำนาจก็โคจรเจียรตะวันออกกลาง นอกจากนั้นจะตั้งใจเผ่นหนีผลกำไรจากงานจำหน่ายอาวุธยุทธภัณฑ์กองใหญ่ เป็นพิเศษขนมจากซาอุฯหลังจากนั้น ก็เรียกร้องจะใช้คืนหมู่ชนชาติอาหรับสถานที่ประกอบด้วยซาอุฯครอบครองหัวโจกขึ้นลงมาทำหน้าที่ปกป้องกำไรสิ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา แห่งตะวันออกกลาง เพราะริเริ่มตั้งขึ้นประเทศอิหร่านครอบครองความมุ่งหมายคู่ปรับเนื้อตัวโฉดชั่ว ด้วยกันร่วมมือกับดักอิสราเอล จวบจนวางแผนก่อตั้งหมวดพันธมิตรทางการทหารหนทาง “นาโต” เพื่อที่จะรบพุ่งกับดักประเทศอิหร่านแทนที่สหรัฐอเมริกา ที่ทรัมป์ไปขนบธรรมเนียมดังนี้ ไม่ใช่หมายความแหวสหรัฐอเมริกาจักยังคงเก็บซึ่งกำลังนักรบในที่ตะวันออกกลาง ตรงๆกนข้าม เลี่ยนก้องกังวานแยกออกเหลือบเห็นแหว สหรัฐอเมริกาความแข็งแรงควานแม่สื่อขึ้นมาปฏิบัติราชการด้วยกันตนเองจักเอาคืนออกจากตะวันออกกลาง ขนมจากการข่าวสารถอนกำลังออกจากซีเรียของทรัมป์ ที่ผ่านมาก็เป็นรูปเป็นร่างอย่างสถานที่เห็นกระจ่างในที่ด้านงานทุ่มเทกำลังสงเคราะห์อิสราเอลอย่างเต็มที่ชนิดแห่งหนไม่เคยมีอยู่ลงมาก่อน เป็นต้นว่า การยกยาเสพติดร่องลดลงเมารุตแยกออกกับอิสราเอลเป็นเมืองกรุง กับเคลื่อนย้ายสถานทูตมะกันไปสิงสู่แห่งนั้น กับปัจจุบันก็ ประกาศกว้านที่ราบสูงโกลันที่อิสราเอลยึดขนมจากซีเรียโดยมิชอบ ให้เป็นดินแดนของอิสราเอล ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกาพ้นไปอำนาจสิทธิที่จะทำกันได้ข้อความแห่งหนประเทศสหรัฐอเมริกาทุ่มเทอย่างหมดตัวเพื่อจะค้ำชูอิสราเอลนั้น เป้าหมายแห่งหนเห็นง่ายชิ้นหนึ่ง นอกจากใช้อิสราเอลครอบครองอัฐในที่การละครบทบาทรับช่วงสหรัฐฯในตะวันออกกลางต่อจากนั้น สถานที่สำคัญก็มุ่งเอาอกเอาใจเหล่าราคาซื้อผูกขาดชาวคนยิวในที่ประเทศสหรัฐอเมริกาให้หันมาสงเคราะห์ตนแห่งการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกา รอบหญิบแห่งปี 2020 เตุ๊ระยะหลังลงมามีข่าวสารแสดงว่า ชาวยิวในที่ประเทศสหรัฐอเมริกาชักกระตุกไม่เบาชอบหน้าอธิปทรัมป์เมื่อวันที่ 25 มีมันสมองคมันสมอง แห่งหนทรัมป์ เซ็นในงานพิมพ์ต้อนรับอำนาจอธิปไตยเหนือที่ราบสูงโกลัน กับก่อเกิดเสียงต่อต้านชนิดอย่างมากนั้น ก็เพราะว่าสหรัฐฯเปล่าขยาดชนชาติอาหรับจักใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอาวุธยุทโธปกรณ์อีกต่อไป รองลงมาจากรมต.แรงงานประเทศสหรัฐอเมริกา แถลงว่า เนื่องจากสหรัฐฯสามารถเกิดน้ำมันทวีคูณโดยเร็ว ทรัมป์ก็สามารถสนับสนุนอิสราเอลได้มาเพราะว่าไม่สะทกสะท้านแหวชาติอาหยอมรับจักชดใช้น้ำมันดำรงฐานะอาวุธยุทโธปกรณ์ลงมาประท้วงอีกต่อไปบุคลากรสหรัฐอเมริกา ได้มาแถลงแหว เมื่อเปรียบเทียบกับดัก ทศวรรษ 1970 ที่ผ่านมา ตำแหน่งสรรพสิ่งสหรัฐอเมริกา ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายมหาศาล ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกากล่าวว่า สงครามตะวันออกกลางได้มาก่อเกิดผลกระเทือนดามทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ชาติอาหรับสารภาพผู้ก่อตั้งน้ำมันเชื้อเพลิงกำหนดให้น้ำมันเชื้อเพลิงครอบครองอาวุธยุทโธปกรณ์ชิ้นทรงพลังทางการเมืองของร่างกายพวกเขาข้อมูลจะลดจำนวนการผลิตน้ำมันรถลง 5% / ดวงจันทร์จนกว่าอิสราเอลจักยอมถอนทหารกรูกาน้ำจากแดนดินสถานที่กุมจากชาวอาหรับ ผิชาติอาหสารภาพเห่กราบลาตรงนี้เดินเจียรติดสอยห้อยตามนี้จริงๆ จำนวนการผลิตน้ำมันรถสรรพสิ่งเขาทั้งหลายก็จะน้อยลงถึง 50% /ชันษาช่วงปี 1973 ก่อเกิดสงครามตะวันออกกลาง ด้าวผู้สร้างน้ำมันเชื้อเพลิงแห่งอาหรับ หรือว่าหมู่โอเปค ได้มาข่าวการแซงก์ชั่นต่ออิสราเอล ลดจำนวนรวมการผลิตยอม ทำเอาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีดขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคาน้ำมันขนมจาก บาร์เรลละ 3 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นไปดำรงฐานะ 13 ดอลลาร์สหรัฐ ประกบกันจรดการผลิตด้านอุตสาหกรรมสรรพสิ่งอเมริกาอย่างแรงงานสถานที่สหรัฐอเมริกา สมรรถถีบตัวขึ้นครอบครองชาติส่งออกน้ำมันชั้นเอ็ด ทำแบ่งออกทรัมป์ประกอบด้วยคดีฮึกเหิมเพิ่มขึ้น ทำเอาแนวนโยบาย “อเมริกาต้องลงมาก่อน” บริบูรณ์ประกอบด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์สถานที่ทรงพลังเพิ่มพูน ประมาณแหว เมื่อจดพรรษา 2020 น้ำมันส่งออกสิ่งของสหรัฐจะได้เปรียบของซาอุฯกับเกลอสหายณตะวันออกกลางอย่างเด่นชัด กับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงทวีคูณคงจะหนุนทางที่มีความสำคัญในการรบอายุมากสหรัฐอเมริกา กระตุ้นยุทธศาสตร์ความมั่นคงสรรพสิ่งประเทศสหรัฐอเมริกามากมายขึ้นไปทรัมป์ตั้งเป้าหมายวางแหว จะใช้การส่งออกแรงงานมากมาย จับสินทรัพย์เหล่านี้มาแก้ปัญหาเศรษฐกิจสิ่งของในประเทศ พร้อมกับนำมาใช้ลงทุนขยายพละรบ ทำให้ดีขึ้นการทูตด้วยกันการทหาร ทรัมป์ตั้งเข็มวางให้ประเทศเกาหลีใต้กับประเทศญี่ปุ่นสถานที่ครอบครองแนวร่วมจับจ่ายใช้สอยแก๊ซธรรมดาสิ่งของสหรัฐอเมริกา ตั้งเป้าจักค้าขายแก๊ซแบ่งออกยุโรปโดยมานะบากบั่นกีดกันโซเวียตไม่ให้ค้าขายประสกเอ็ง๊ซณยุโรป กระทั่งกล่าวหาแหวเยอรมนีแห่งจากไปจับจ่ายท่าน๊ซขนมจากรัสเซียจะกลายเป็นทาสีสรรพสิ่งโซเวียตจร แม้ว่าประสกเอ็ง๊ซสรรพสิ่งอเมริกามีราคาแพงกระทั่งจัง เพราะว่าจำเป็นต้องการเคลื่อนย้ายทางไกล ทรัมป์ ชี้ชดใช้การได้เปรียบทางพลังงานมาสำเร็จทางทหารกับทางการเมือง5 พ.ค. 62