เจ็บเสียแต่ว่า(เปล่า)จบ ในที่วันที่ดีฉันจำเป็นจะต้อง ‘ต่อสู้’ กับ ‘โคโพง-19’

บาดเจ็บเสียแต่ว่า(ไม่)สิ้นสุด ที่วันที่เราจำเป็นต้อง ‘ทาบสู้รบ’ กับดัก ‘วัวตัก-19’สลักวันที่ทิวาพฤหัสบดี แห่งหน 19 เดือนมีนาคม 2563 / สำนักคนข่าวอิธนูา”มันสมองมันสมองมันสมองเชื้อพวกตรงนี้ไม่ไหวร้ายแรง แต่เมื่อไรแห่งหนจู่โจมมนุษย์แห่งมีโรคประจำตัว ไม่ก็คนชรา ก็จะรุนแรงทันที ตรวจดูคว้าว่าที่เปลี่ยนลงมา อีกทั้งไม่เบาพบพานประวัติส่วนตัวผู้ติดโรคที่ลูก ดังนั้น มนุษย์ที่มีอายุโหรงเหรงก็จะมีภูมิคุ้มกันทำเอาเป็นไข้โหรง อยู่ที่ชั้นแห่งไม่แรง เหตุฉะนี้ แล้วจึงจำเป็นต้องช่วยกันสอดส่องดูแลคนสูงอายุในครัวเรือนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง..มันสมอง” ที่สถานการณ์แห่งโรคงัววิด-19 กำลังระบาดเจียรทุกทุกมุมพื้นโลก รวมทั้ง “แดนแหลมทอง” แห่งหนเวลานี้ มีทูลผู้ติดเชื้อ 200 กระทั่งมนุชจากนั้น ขนาดที่รัฐบาลจักออกมาตรการแตกต่าง ๆ เพื่อที่จะต้านทานกับดักโรคงัวตัก19 ไม่ว่าจักเป็น มาตรการจัดการสิ่งของคลินิกและโรงพยาบาล งานวางแผนเวชภัณฑ์ เจล หน้ากากอนามัย การอธิบายข้อมูลข่าวสาร การประสานงานกับต่างด้าว วิธีการป้องกันงานแพร่เชื้อโควิด19 เพราะเคลื่อนที่วันหยุดเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงงานดับแห่งหนแห่งเป็นอู่เป็นรูปเป็นร่างชั่วประเดี๋ยว งานมอบบุคลากรทำงานขนมจากแห่งที่อยู่ การบำบัดผู้ประกอบการ เป็นต้น แม่นมั่นดุ เหล่านี้ ดำเนินต่อไปเพื่อที่จะการควบกำกับและรักษาโรคภัยวัววิด19 ขณะเดียวกันก็เป็นการพยุงเพื่อหยัดกาลเวลาการเข้าสู่ระยะห่างที่ 3 คลอดไปจำเนียรที่สุดเมื่อจะเป็นได้ ขณะที่มากมายมนุษย์กำลังตั้งเข็มแหว ‘ต้นสักทิวา’ ศึกสงครามวัวตัก-19 จักสิ้นสุดลงในเร็วทิวา รองศาสตราจารย์(เลิศ) นพ.มากขึ้น โชติพิทยสุความสนุก พหูสูตรณคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กับเป็นผู้คร่ำหวอดณแวดวงแพทย์ที่ทำการเกี่ยวข้องโรคติดเชื้อมาชั่วชีวิต ได้มาให้เกียรติดำรงฐานะผู้บรรยายสาธยายพิเศษในเรื่อง ครบถ้วนต้านทานเผาทันกับเหตุการณ์งานแพร่ระบาดสิ่งของไวรัสโคป่องนา2019 (COVID-19) ณเข้าสังคมไทย ในที่ประชุมทำให้เสมอแผนการดำเนินงาน รายปี 2563 ของที่ทำการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน) เมื่อวันที่ 19 มี.คมันสมอง2563 เตรียมการเข้าสู่ช่องว่างแห่งหน 3…ไม่วันใดก็วันหนึ่งรองศาสตราจารย์(พิเศษ) นพ.พอกพูน กล่าวว่า ขณะนี้แหลมทองกำลังเข้าสู่ช่องว่างพุ่งพรวดแล้ว นั่นเป็น การเข้าสู่ระยะห่างแห่งหน 3 ตามที่งานสกรีนทางการแพทย์มีกรณีลำบากเติบโตเรื่อย ๆ เพราะก่อนหน้าจะย้ำสกรีนแห่งเกี่ยวข้องกับดักประเทศจีน แต่ว่าณ เวลานี้เกิดเรื่องแห่งหนเกี่ยวข้องกับมากมาย ๆ ประการณวงกว้าง อาทิ สนามมวย ร้านสุรา แห่งกระยาเลย “พ้นไปตอนไหนที่โรคระบาดจักเจียรห่างอย่างนี้ ธรรมดาๆเลี่ยนเกิดขึ้นแค่เพียงตรัยจันทร์เท่านั้นเอง แต่ว่าครั้งนี้เลี่ยนไปแจ้นกว่ากะวางเยอะแยะจังด้วยกันจักอยู่จรอีกจำเนียรมากมายจันทร์ อย่างน้อยต้องใช้เวลาอีก 1 ปี สิงสู่ที่ว่าตอนไรจักทนทุกข์ ตอนใดจะเยี่ยว หรือจนถึงจะประกอบด้วยวัคซีนขึ้นลงมา ซึ่งเร็วสุดที่จะมีวัคซีนออกมา น่าจะใช้คืนกาลเวลาอีก 6-8 ดวงเดือน”ฉบับร่างไหนเรียกหาตวาด “ช่องว่างแห่งหน 3”ช่วงเวลาแห่งประเทศไทยอีกทั้งสิงสู่ที่ช่องว่างแห่ง 2 มากมายมนุษย์อาจจะแคลงใจแหว แล้วสถานการณ์แปลนไรที่ว่างที่ 3 ไม่ก็ เฟส 3 รศ.(เลิศ) นพ.มากขึ้น อธิบายดุ การแพร่กระจายน้ำเชื้อโคโพงณช่องว่างแห่ง 3 นั้น ขึ้นกับงานขจรขจายณวงกว้างกันจังด้วยกันว่องขึ้น ณ เวลานี้ยังเปล่าเข้าเฟส 3 แต่จำเป็นต้องจัดแจง ภายใต้ 3 หลัก ถือเอาว่ามนุษย์ – ความพร้อมของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์สิ่งของ – เวชภัณฑ์เครื่องมือการแพทย์ที่ – งานหาที่จ่ายเพียงพอประกบงานรับผู้ป่วยบาดเจ็บแต่ว่า(ไม่)สิ้นสุดช่วงปัจจุบัน (19 ประกอบด้วย.คมันสมอง63)เมืองจีนประกอบด้วยคนป่วยโรคภัยงัวโพงรายใหม่พาง 21 มนุชเท่านั้น แนวนโยบายสรรพสิ่งเมืองจีนเปลี่ยนไป ขณะที่ไทยผลรวมคนป่วยงัววิดอยู่ลำดับที่สองร้อยกระทั่งมนุษย์ การจักจบสงครามครั้งนี้คงต้องก่อสร้าง ‘ภูมิคุ้มกันหมู่’เมื่อประกอบด้วยมนุษย์ติดโรคคาดคะเน 60 เปอร์เซ็นต์ ไม่ก็คาด 40 ล้านมนุษย์ ซึ่งมั่นเหมาะตวาดที่ 40 ล้านคนนี้ จำต้องมีมนุษย์แห่งหนจบชีวิตเป็นหลักแสน โน่นก็แสดงกรณีดุ คงไว้ไม่มีใครที่จะฟังได้กับดักผลร้ายเรื่องเดิมขึ้นไปรศ.(เลิศ) นพ.เพิ่ม กล่าวว่า อันแห่งทำได้ลงคอในเวลานี้คือ การปกป้องหรือว่าการคัดทอ แห่งหนมีงานจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนติดสอยห้อยตามสถานการณ์ เพราะต้องมีหนังสือแนะนำหลักระบิแห่งหนสามารถใช้ได้ทั้งหมดระดับ“ใคร” ถือเอาว่ามนุษย์ที่ไวรัสชอบรศ.(เลิศ) นพ.มากขึ้น บอกดุ น้ำเชื้อเหล่าตรงนี้ไม่ไหวร้ายแรง แต่ว่าเมื่อใดแห่งรุกรานมนุชที่ประกอบด้วยโรคประจำตัว หรือว่าคนสูงอายุ ก็จะรุนแรงทันที ตรวจสอบคว้าว่าที่เปลี่ยนลงมา อีกทั้งไม่ค่อยผ่านพบชีวประวัติผู้ติดเชื้อในเด็ก เหตุฉะนี้ คนที่แก่โหรงก็จักประกอบด้วยภูมิต้านทานทำเอาจับไข้โหรงเหรง อยู่ที่ระดับแห่งไม่หนักหน่วง ดังนั้น แล้วจึงจำเป็นต้องร่วมแรงร่วมใจสอดส่องคนชราณครัวเรือนเป็นพิเศษ ส่วนใครแห่งหนพ้นไปอิริยาบถก็ไม่จำเป็นจำเป็นต้องเจียรสืบสวน ซึ่งอิริยาบถทางสถานพยาบาลของความเจ็บไข้ ที่ว่างก่อตัวจักสิงสู่แห่งหน 2-14 ทิวากาล พบพานแหว80% สิ่งของคนป่วยจับหวัดปกติ15% สิ่งของผู้ป่วยครอบครองปอดอักเสบแรงผิดแผกกัน3-5% สิ่งของผู้ป่วยเป็นโรคแรงยิ่งนัก ต้องดูแลที่ ICUตำแหน่งการม้วยมรณ์ 1-5% หารกะ 2%กระนั้นก็ตาม รองศาสตราจารย์(เยี่ยม) นพ.พอกพูน บอกแหว การจะสนับสนุนจอดแพร่ระบาดได้ จำเป็นต้องทำให้ค่าอาร์-ศูนย์กลาง (R0 : Basic Reproductive Number) ลดลง 1 ซึ่งประเทศไทยเวลานี้ (19 มีมันสมองคมันสมอง63) ค่าเฉลี่ยที่คนป่วยหนึ่งคนจะแพร่เชื้อจรไปสู่ผู้อื่นได้คาด 2.6 มนุช วิธีที่จะทำเอาค่า R0 ลดน้อยลง นั่นก็คือว่า การจอดไหวติงณฝูงชนพวกมาก“ใส่เค้าหน้ากาก” มีค่าจริงหรือไม่เชื่อตวาด คนจำนวนใช่เล่นกำลังกายประสบปัญหาในการควานหน้ากากมาใส่เพื่อจะปกป้องเอง ไม่ว่าจักครอบครองหน้ากากสุขศาลา หรือว่าหน้ากากวัตถาภรณ์ รองศาสตราจารย์(เยี่ยม) นพ.มากขึ้น ชี้นำดุ น่าจะใส่หน้ากากครั้นสิงสู่ในบริเวณหมู่ชนแออัดพ้น 50 มนุช ซึ่งจะได้โอกาสติดโรครุ่งเรือง และแม้ก่อจะรับประโยชน์งอกงาม ต้องควบคู่กับงานล้างมือเช่นกันสบู่หรือเจลอีกด้วย ด้านหน้ามูลฝอย N95 เหมาะสำหรับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ประชิดติดกันกับดักผู้ป่วย ทั้งนี้ ประกอบด้วยการค้นคว้าพิสูจน์ณมูสิก 20 ร่างกาย พบพานแหว หนูแห่งใส่หน้ากาก ติดเชื้อ 8 ร่างกาย ด้านหนูที่ไม่ใส่ใบหน้า ติดโรคทั้งหมดตัวณวิกฤตประกอบด้วย ‘โอกาต้มน้ำส’รองศาสตราจารย์(พิเศษ) นพ.พอกพูน กล่าวว่า ขนาดที่ในเหตุการณ์โรคระบาดแห่งก่อสร้างผลร้ายทั่วสุขภาพกาย สุขภาพจิต สูญเสียอาชีพ รายได้ ผลกระทบกระเทือนดามครอบครัว เศรษฐกิจ เข้าผู้เข้าคน หมู่ชนจำต้องเครียด ห่อเหี่ยว เหนื่อยล้า หมดหวังจากนั้น เสียแต่ว่าถ้าหากมองในแง่ดีก็นับว่าเป็นการอุบัติธรรมชาติอย่างหนึ่งด้วยกันเป็นโอกาสอันควรแห่งหนเป็นเหตุให้ชาวไทยได้มาประสบการณ์การต่อสู้งอกงาม เกิดการช่วยกันพร้อมใจ ความเห็นอกเห็นใจ มีวินัย ครัวเรือนสิงสู่พร้อมหน้าพร้อมตาห้าม และมีลักษณะพิเศษสุขศาลาเฉพาะตัวจังขึ้นไป“สิ่งสำคัญแห่งเกล้าผมโหยจักฝาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนด้วยกันหน่วยงานเกี่ยวพัน ถือเอาว่า งานทำให้คนไทยไม่หวาดหวั่นหรือว่าหวาดวิตก เช่นกันการสร้าง ‘กรณีวางอารมณ์ทางใจ’ พร้อมใจกันทำเอาทั้งหมดมีวินัย สละ เห็นใจซึ่งกันกับกักคุม”รองศาสตราจารย์(พิเศษ) นพ.พอกพูน บอกทิ้งท้ายณวันที่พวกเราทั้งหมดต้อง “ดามต่อสู้” กับ “งัวตัก-19” สนามรบนี้ ทั้งหมดต่างเจ็บพร้อมกัน ตั้งใจดุ โหล่จากนั้น ฉันก็จะ “อวสาน” อีกด้วยชัยจากความร่วมแรงร่วมใจร่วมกันของทั้งหมด..มันสมองต่อสู้ ๆ