ครป.ส่อ วิกฤตความเหลื่อมล้ำเกิดขนมจากหมวดราคาซื้อโค่งใช้อำนาจบ้านเมืองผูกขาด

ครป.ชี้ วิกฤตความเหลื่อมล้ำก่อเกิดจากหมู่ราคาซื้อเทิ่งใช้อำนาจรัฐผูกขาด15-03-2563 เวทีโต๊ะกลม ชี้ วิกฤตความแตกต่าง เกิดจากหมู่ราคาทุนเทิ่งใช้อำนาจประเทศชาติผูกขาดเศรษฐกิจ จะจับสู่วิกฤตเข้าสังคมรอบด้าน ขณะที่เทศบัญญัติดำรงฐานะแค่เสือกระดาษ ไม่เคยประกอบด้วยความยุติธรรมแห่งระบบเศรษฐกิจ”ระบบทุนนิยมกลุ่มคนรัฐ”คณะกรรมการรณรงค์เพื่อจะประชาธิปไตย (ครป.) ร่วมกับสมาพันธ์พลังงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) สถาบันสังคมระบบประชาธิปไตย และโครงข่ายสังคมนิยมประชาธิปไตยเวทีอภิปรายโต๊ะกลม Social Democracy Think Tank 2020 “วิกฤตความแตกต่างสิ่งของแบบสร้างเศรษฐกิจแหลมทองในแนวนโยบาย ข้อบังคับด้วยกันรัฐธรรมนูญ 2560″ สถานที่สมาคมผู้สื่อข่าวนักหนังสือพิมพ์สถานที่ประเทศไทยหัวหน้าดีใจ เกระแทกยสุวรรณ์ นักธุรกิจข้ามชาติ กล่าวว่า ประเทศอินเดียมีความแตกต่างสูงศักดิ์เพราะว่ามีระบบระเบียบวรรณวรรณะ ส่วนประเทศโซเวียตปฤษฎางค์ลัทธิคอมมิวนิสต์ล่มสลาย ประมุขที่เป็นอดีตนักรบต่างกุมทรัพยากรปะปนกันเก็บ จึงเหลื่อมล้ำต่ำสูงสูงศักดิ์เสมอมาซึ่งล้วนแล้วเกิดเรื่องรู้คว้า แม้ว่าน่าประหลาดอารมณ์ทางใจตวาดก่อเกิดเช่นไรขึ้นกับไทยสถานที่ดำรงฐานะประเทศเกษตรกรรม มีความอุดมสมบูรณ์ที่ได้ชื่อว่าครอบครอง”ประเทศไทย” กลับเป็นครอบครองแดนเหลื่อมล้ำเต็มที่ในโลก ทั้งยังติดกับดักเงินรายได้ปานกลาง กับประชาชนวัยทำงานของแหลมทองน้อยลงช้าๆกับกำลังตกเป็นสังคมคนชราผู้เป็นใหญ่ยินดี ยืนยันแหว ถ้าไม่มีความสามารถแห่งการก่อสร้างผลิตภัณฑ์ความจริงจริงๆเสริมได้ จักเสื่อมลงกระทั่งการดำรงฐานะประเทศรายได้มัชฌิม เพราะว่าบอกแหว จำเป็นจะต้องก่อสร้างผลเก็บเกี่ยวคราวด้วยกันการใช้สอยขึ้นไปลงมาให้คว้า เสียแต่ว่าพอความมั่งคั่งกระจุกเนื้อตัวสิงสู่แห่งหนคน 1% จักไม่สามารถทำได้ เพราะเปรียบเปรยแหวคฤหบดีเปล่าหูกคนแม้มีสตางค์เยอะแยะ ก็ซื้อแทบเปล่ากี่สิ่ง แม้ว่าคนจนสถานที่มีจำนวนมาก มีเงินเพียง 1 โพกหัวบาท ก็จับจ่ายทั้งหมด ตกเป็นสินทรัพย์มหาศาล ควงวนเวียนในระบบเศรษฐกิจเหตุฉะนี้ การพัฒนาด้าวโดยเฉพาะทางเศรษฐกิจ จำเป็นต้องสิงคนยากจนแห่งหนดำรงฐานะมนุชส่วนมากรวมตัวกันติดเครื่องเสา ซึ่งผู้เป็นใหญ่จำเป็นต้องประจักษ์ด้วยกันจำต้องดูเทศบัญญัติเกี่ยวกับการชิงดีชิงเด่นทางการค้า ไม่แจกประกอบด้วยการผูกขาดด้วยกันเกียดกันการค้าด้วย เพราะว่าสมมติว่าไม่ขบปัญหาความแตกต่างก็จักตกเป็นประเทศชาติล้มเหลวกับครั้นเป็นประเทศล้มเหลว ไม่ว่าจักจนหรือไม่ก็มีเงินมีทองก็สิงสู่ไม่ไหวเช่นเดียวกันรมณีสาวศรีกัญญา หนึ่งพันกิโลกรัมวงศ์ รองหัวหน้าพวกก้าวไกล สำคัญกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร เจาะจงว่า อันตรายความเหลื่อมล้ำทุกวันนี้ สำเร็จมาจากแนวนโยบาย ข้อบังคับและกฎหมายสูงสุดเหลือแหล่ฉบับสม่ำเสมอมา ซึ่งที่ผ่านมา พระราชบัญญัติประกวดทางการ ครอบครองเทียบเท่าเสือกระดาษ กับแม้รัฐธรรมนูญข้อบังคับความต่างๆวาง เสียแต่ว่าก็ไม่ได้แปลตวาดจะถูกเอามาบังคับใช้ ขนาดที่เรื่องแห่งศาลรัฐธรรมนูญเองก็เพียงมีคดีเกี่ยวข้องความยุติธรรมทางเศรษฐกิจกระนั้นก็ตาม กฎหมายสูงสุด 2560 มีเรื่องมีราวขนานใหญ่ คือว่างานการันตีสิทธิทางการเมืองและการมีส่วนร่วมณการกำคราวดหลัก เป็นเหตุให้พรรคการเมืองทุรพล เปล่าสามารถมอบหลักให้กับดักกลางเมืองดังที่หาเสียงวางคว้า แม้แต่แนวนโยบายด้วยเหตุที่หมู่ตัวนำรัฐบาลรณรงค์หาเสียงไว้มากมาย ประกอบด้วยใบประมาณรายจ่ายปี 2563 พ่าง 3 คดี ส่วนสัดงบแค่ 2 % สรรพสิ่งงบประมาณทั้งปวงผู้หญิงเหน้าศรีกัญญา ยังพูดถึง เทศบัญญัติภาษีที่ดินระบินวชาต ที่เป็นเหตุให้พวกราคาต้นทุนกับธุรกิจขนาดใหญ่ เสียภาษีลดลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นเหตุให้องค์กรอภิบาลส่วนท้องถิ่น หรือว่า อปท.มากกว่า 3 โพกสถานที่ จักเก็บภาษีพื้นที่ครอบครองเงินรายได้ด้อยพรรษาที่ผ่านมาจรดเท่าตัว ซีก พระราชบัญญัติโรงงานระบิใหม่ แห่งหนให้ร.ง.ที่ประกอบด้วยขนาดเล็กกระทั่ง 50 แรงม้าไม่ต้องขอประทานกับพ้นไปการถึงคราวสรรพสิ่งใบอนุญาตโรงงาน มีผลกระทบดามบริเวณแวดล้อมด้วยกันที่โล่งแจ้งมากมายขณะที่ข้อบังคับเกี่ยวพัน EEC ให้อำนาจคณะกรรมการ EEC หัวนอนปลายตีนจากการเเต่งจัดตั้งขึ้นอย่างมากมาย เสมอเหมือนดำรงฐานะดินแดนอภิบาลเลิศสรรพสิ่ง EEC ด้วยกันแผนการเด่นอีกแหล่แผนแห่งหนเห็นชัดแหว รัฐบาลเอื้อประโยชน์ดามพวกราคาซื้อใหญ่แห่งหนมีมาตรการทางเศรษฐกิจหรือไม่ก็ทำอันแห่งหนเปล่าควรถูกกฎหมายให้ถูกกฎหมายเพราะฉะนี้ แบบสร้างตามกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมด้วยกันทางการเมืองแห่งหนเลื่อมเหลื่อมล้ำ สุดท้ายก็วนเวียนหวนกลับแห่งหนโครงสร้างทางเศรษฐกิจสถานที่เสร็จแบ่งสรรทรัพยากร สมมติว่าประมุขทางเศรษฐกิจสมรู้ร่วมคิดกับผู้เป็นใหญ่ทางการเมืองชนิดแนบสนิท โดยชดใช้ทุกกลไกทำให้เกิดความชอบธรรมแห่งงานดำเนินนโยบายกระยาเลยสถานที่ไม่ได้เที่ยงธรรม สุดท้ายจักเอามาไปสู่ความไม่พอใจกระบิล ของกลางเมืองแห่งหนไม่มีด้านรวมจำกัด ประการเรื่องเดิมขึ้นเวลานี้นางสาวศรีสาวรุ่น รายงานแห่งตอนตอนหลังแหว ยุคปัจจุบันอีกต่างหากเกิดวิกฤตบูชา แห่งหนกลางเมืองไม่เชื่อมั่นและสูญเสียความไว้วางใจรัฐบาล แต่ว่าเปล่าสามารถทำกระไรได้ เพราะอีกทั้งกฎหมายสูงสุด สถานที่ขนาดที่ประกอบด้วยการยุบสภา ลงคะแนนเสียงนวชาตก็คงได้มาขั้วสิทธิเดิมลงมาบนบานศาลกล่าวมนุษยชาติเฉลี่ยด้าว เนื่องจากประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภารังสรรค์แห่งหนทรงอำนาจเลือกคัดนายกฯด้วย เหตุฉะนี้ แล้วจึงจำต้องมีกฎหมายสูงสุดอย่างนวชาตที่จะจำเป็นจะต้องมารับประกันความเท่าเทียม โดยเฉพาะอำนาจและจังหวะสิ่งของกลางเมือง ซึ่งจักนำไปสู่ความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจถัดไปนางงามหลักวรัจ รัตติกาลนคำกล่าวฟ่องฟู จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรืิอ TDRI ระบุตวาด ชาวไทยมากมายสาวเปล่าสามารถยกฐานะตำแหน่งอาบวเศรษฐกิจสังคมขึ้นไปได้ เพราะแบบสร้างแห่งหนสิทธิรัฐทำให้คนใสหมวดได้เปรียบกับใสพวกแพ้เปรียบ โดยเห็นว่า การแสวงใส่ความชอบธรรมในงานดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนบดีสถานที่ประสงค์ผลกำไรเหนาะๆ เพราะว่าไม่ต้องมีการแข่งขัน ไม่ต้องปฏิรูปแรงงาน เพียงแค่ชำรุดทรุดโทรมแทบค่าเช่าทางเศรษฐกิจ ไม่ต้องแยแสนวัตกรรมไม่ก็มากขึ้นผลิตผล ซึ่งสร้างทุกระทั่งการเท่ากลายสีผังเมืองขนมจากพื้นที่เกษตรครอบครองอุตสาหกรรมในคดี EEC นั้น ถ้าช่างแจกประกอบด้วยงานทำอย่างนี้เกิดเรื่องอันตราย ด้วยกันไทยจักระเหิดจากแดนเงินรายได้ปานกลางเจียรไม่ไหวนางงามเสาวรัจ เห็นขัดแย้งกับดัก แผนการ “นครต้นเค้าอุตสาหกรรมทันสมัยแห่งหนอนาคตกาล” หรือไม่ก็ “นิคมจะหนอ” แห่งธานีสงขลา เพราะว่าคำแก้ตัวฟังไม่ขึ้น มั้ขี้หวงารอ้างแหวจักขบปัญหาความยากจนข้นแค้นกับเรื่องเปล่านิ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งปราศจากเสาทางวิชาการว่าจะไขปัญหาได้มายังไง ข้ออ้างตวาดรองพลังงานจำนวนมาก ในขณะที่ในเนื้อที่อัตราว่าวธุรกิจพ่าง 1-2% เท่านั้น ไม่กล่าวถึงผลกระทบที่แวดล้อม ปราศจากมาตรการแก้ไขผู้ถือสิทธิ์ผลกระทบด้วยกันไม่มียกพื้นฟังจุดยืนกลางเมืองอย่างครบถ้วน แห่งหนสำคัญแหล่แผนสิ่งของประเทศชาติประกอบด้วยรูปพรรณดังนี้ ถือเอาว่า คิดคดีที่ดินในงานดำเนินแผนลงมาก่อนกำหนด ไม่รำลึกถึงผลดามเศรษฐกิจพื้นที่ และฉีกขาดความมีส่วนร่วมจากคนวงในพื้นที่นางสาวหลักวรัจ ทูลแนวขบปัญหาเบื้องต้นว่า การดำเนินการทางเศรษฐกิจจำเป็นต้องสมรรถสืบสวนกับคานได้ โดยประเทศจำต้องเปิดเผยประกาศแจกประชาชนเข้าถึง นอกเหนือจากงานไม่ช่างแยกออกประกอบด้วยการรัดฉีกขาดเพราะว่ากบเหลาดินสอุ่กระทรวงมหาดไทยุนหรือไม่ก็ราคาทุนเทิ่งณระบยเศรษฐกิจหัวหน้าเหน้าิทย์ ดาลัดหวาน เลขาธิการ สรส. ระบุว่า ตัวสิงสู่ณภาคปฏิบัติหรือว่าพื้นที่การขับเคลื่อน รบราฆ่าฟันกับดักระเบียบแห่งหนไม่เที่ยงตรงตรงนี้ลงมายิ่งกว่า 40 ปี ยกขึ้นคำขวัญในการต่อสู้ที่เอ่ยปากจนติดปากว่า “เข้ากันได้คนงาน ต่อต้านทุนนิยมปิดคลุมแหล่งหล้า ก่อสร้างเข้าผู้เข้าคนใหม่ ระบบประชาธิปไตยกลางเมือง” ดังนี้ ความหวังอยู่สถานที่ประชาชนเท่านั้น แม้ว่าอาณาเขตประชาขนนกช่วงปัจจุบัน อยู่แห่งฐานะเหนื่อยอ่อนด้วยกันอ่อนกำลังทั้งหมดส่วน ระหว่างที่สามัญจักมีลูกจ้างรัฐวิสาหกิจคาด 7 แสนคน แต่ว่าภายใต้การลดบทบาทภาครัฐ ทวีบทบาทภาคเอกชน หลงเหลือลูกจ้างรสก.แทบ 3 แสนกระทั่งมนุษย์เท่านั้น และเบื้องต้นจำเป็นต้องดูดดึงรัฐวิสาหกิจกลับเป็นของประเทศด้านรัฐธรรมนูญนั้น มองว่า ทั้งหมดระบิประกอบด้วยรวมหมดซีกบริสุทธ์กับซีกชำรุด ซึ่งโจทย์ไม่ได้สิงสู่ที่ร่างกายกฎหมายสูงสุด แต่ว่าอยู่ที่การบังคับใช้ ชนิดงานเคลื่อนที่แผนขนาดใหญ่นั้น งานรับฟังความเห็นครอบครองพ่างวัฒนธรรมที่แจกคนมาตรวจฟังเท่านั้น แต่ว่าผู้อยู่เหนือประกอบด้วยคำเฉลยไว้ในใจอยู่หลังจากนั้นอธิปสาวิทย์ ประกันแหว ปัญหาทั้งสิ้นก่อเกิดจากพวกราคาซื้อกับดักประมุขทางการเมืองไม่ว่าจักมาจากการเลือกตั้งหรือว่าฉบับร่างไรก็ตามที ทั้งปวงเป็นชาติชั้นวรรณะบำรุงรักษาใช้อำนาจกับกลไกรัฐเอื้อประโยชน์วรรณปกครองพร้อมกันเอง ไม่เคยแยแสข้อต่อรองสิ่งของประชาชน ไม่ว่าการรายงานกฎเกณฑ์แห่งหนได้เพียงทูลเพียงนั้น บ๊วยก็ไม่เคยเปลี่ยนสภาฯ เหตุฉะนี้ ข่ายงานท้องที่กลางเมืองทั้งหมดโครงข่าย ที่วันนี้เข้าวงกลมที่ไม่รู้แหวจะไปดามอย่างไร จึงจำต้องลงมาร่วมแรงร่วมใจนึก แห่งหนสำคัญ สภาพตอนนี้จัดเลยระดับวิกฤตลงมาจากนั้น สิงสู่ที่ว่ากลางเมืองจักทนทานเต็มที่ใดเท่านั้นเอง แล้วจึงฝากเป็นคำสั่งสอนจดผู้เป็นใหญ่เช่นกันผู้เป็นใหญ่เมธา มาสหงอก เลขาธิการ ครป. กล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ นำมาซึ่งความเหลื่อมล้ำด้านสังคมด้วยกันทางการเมือง ขนาดที่ไทยใช้แนวเศรษฐกิจต้นร่างลัทธิเสรีนิยมใหม่ นับตั้งแต่ขนบธรรมเนียมเจริญเศรษฐกิจด้วยกันเข้าผู้เข้าคนแห่งชาติอย่างสถานที่ 1 ชันษา 2504 แม้ว่าบาดตาจังขนองรัฐประหารพรรษา 2557 ที่ครอบครอง”ทุนนิยมประชากรรัฐ” เพราะประกอบด้วยอธิปสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นมันสมองหลักเขต มีงานออกแบบโครงสร้างกับแนวนโยบายเศรษฐกิจสมรู้ร่วมคิดกับดักหมวดเจ้่าสัวอย่างแนบแน่น มีการแบ่งงาน สอดส่องดูแลหรือไม่ก็ออกทุนแผนการขนาดใหญ่กับแผนการเด่นต่างๆสิ่งของประเทศชาติ เป็นเหตุให้หมู่ราคาต้นทุนทรงอำนาจเหนือนโยบายสาธารณะอธิปความรู้ ระบุถึง พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุน กับ บทบาทสรรพสิ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ไม่ก็ BOI สถานที่ประกอบด้วยลงมาตั้งแต่ปี 2509 ระยะเวลาจำเดิมแจกสิทธิ์คุณประโยชน์พวกราคาซื้อ เพราะว่าเรียกร้องปฏิรูปอุตสาหกรรม ถือเป็นความธรรมดาๆ เสียแต่ว่าเมื่อ 50 กระทั่งปีผ่านเจียรหลังจากนั้น ประกอบด้วยการรัดฉีกขาดกับความเหลื่อมล้ำดำเกิง แหลมทองควรเปลี่ยนแปลง แม้ว่ายังปราศจากการเปลี่ยนแปลง ยังคงให้สิทธิประโยชน์ด้วยกันขยายกว้างขึ้นไปไม่รีบร้อน ที่บางทีตกขอบถือเอาว่า งานแจกต่างประเทศถือครองเจ้าของพื้นดินได้ ตราบเท่าที่อีกทั้งไปงานสิงสู่หรือไม่ก็สมมติว่าเปล่าทำให้หยุดหุ้นส่วนก็ครอบครองได้มาตลอดไปผู้เป็นใหญ่ความฉลาด ทูลเหตุว่า ภายใต้กรอบความคิดเสรีนิยมนวชาตตรงนั้น งานจัดแบ่งเงินตราให้กลางเมืองจับจ่าย เพื่อที่จะสนับสนุนงานเสพ ให้เงินเดินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ เสียแต่ว่าจำเป็นต้องถามกลับแหวณปัจจุบันเงินตราถูกผันไปเข้าสู่กระเป๋ารถเมล์ของหมวดราคาซื้อโย่งสถานที่ผูกขาดท้องตลาดทั้งค้าปลีกด้วยกันธุรกิจค้าส่ง ซึ่งคงจะอยู่ในข่ายการกินสินบนเชิงนโยบายด้วยในเวลาเดียวกันนี้ รายงานการสร้างระบบประชาธิปไตยรวมหมดทางการเมืองพร้อมด้วยงานกระจายอำนาจ ด้วยกันก่อสร้างระบบประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจพร้อมกันห้าม ชนิดงานเก็บภาษีอัตราไฮเทคอย่างแท้จริง ไม่ใช่เช่นนั้นกฎเกณฑ์ปัจจุบันสถานที่มีช่องโหว่ให้ธนบดีหลีกเลี่ยง ด้วยกันชำระล้างกระบิลค่าธรรมเนียมทางเลี่ยงหรือว่าค่าธรรมเนียม vat แห่งหนควรแยกออกองค์กรบำรุงรักษาส่วนท้องถิ่น ใช้ปฏิรูปเนื้อที่คว้า ไม่ต้องส่งเข้าไปส่วนกลาง.