ข้อกติกาการค้าเฟส1’ ถือเอาว่าทรัมป์ดำรงฐานะด้านยอมให้อายุมากเมืองจีน

ข้อกำหนดงานจำหน่ายเฟส1’ ถือเอาว่าทรัมป์ครอบครองฝ่ายยินยอมแจกอายุมากประเทศจีนเผยแพร่: 17 ม.ค. 2563 23:55 แก้ไข: 18 ม.ค. 2563 19:51 เพราะ: เอ็มมันสมองเค. ภัทรกุมาร ผู้ปกครองกระทบัลด์ ทรัมป์ สรรพสิ่งสหรัฐอเมริกา (ขวา) กับ รองนายกรัฐมนตรี หลิว เขวอ ของเมืองจีน (ซ้าย) ลงนามณข้อกติกาการค้า เฟส 1 ในที่พิธีรีตองซึ่งแก่ขึ้นแห่งหนห้องอีสต์รูม สิ่งของทำเนียบขาว ในเมืองใหญ่วอชิงตัน พอวันวันพุธที่ 15 ม.ค. Trump, the deal maker, blinks before China By M.K. Bhadrakumar 16/01/2020 เพื่อทรัมป์หลังจากนั้น ผลดีกฎเบื้องต้นของข้อตกลงการค้าขายสหรัฐอเมริกา-เมืองจีน เฟส 1 ถือเอาว่า เป็นเหตุให้เขาสามารถสาวเท้าเลยเรื่องสงครามการค้าขายพร้อมด้วยคำกล่าวอวดอ้างว่าบรรลุผล ในที่ขณะที่การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประมุขประเทศสหรัฐอเมริกากำลังจะไปสู่ช่องว่างเข้มข้น ทว่าความเสียหายต่อเนื่องเค้าเดิมขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสียหายประกบความเกี่ยวข้องสหรัฐอเมริกา-จีนตรงนั้น ครอบครองชิ้นที่จะมีผลกระทบแจะอย่างกว้างไกล แบบแผนลงนามข้อกำหนดทางเศรษฐกิจและการขายประเทศจีน-สหรัฐฯ เฟส 1 ซึ่งแก่ขึ้นไปที่ห้องหับอีสต์รูม (East Room) ของทำเนียบขาวในเมืองใหญ่วอชิงตันเมื่อกลางวันวันพุธที่ 15 มกราคม 2020 กลายเป็นเหตุการณ์สิ่งสะดุดตานับจับตามอง เมื่อหนุ่มย้อนกลับไปในที่พงศาวดารจากนั้น ห้องหับอีสต์รูมเคยดำรงฐานะผู้เห็นเหตุการณ์ของธรรมเนียมลงนามประธานๆ มาต่อจากนั้นครอบครองจำนวนมาก ว่าเฉพาะที่เลื่องลือยิ่งกว่าปกติก็ประกอบด้วยเป็นต้นว่า การทำสัญญาสัญญากำลังวังชานิวเคลียร์วิสัยกลาง (Intermediate-Range Nuclear Forces Treaty) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1987 สิ่งของประธานาธิบดีโรนัลด์ เรขัดสน สรรพสิ่งประเทศสหรัฐอเมริกา กับดักผู้นำสหภาพโซเวียต มิฮาอิล กอร์บาชอฟ นอกจากนั้นหลังจากนั้น ห้องหับอีสต์รูมอีกต่างหากดำรงฐานะสถานที่ซึ่งประมุข จอร์จ เอช. ดับเบิลยูมันสมอง บุช กับดัก กอร์บาชอฟ เซ็นสนธิสัญญากักคุม 5 ระบิรวดในที่วันที่ 2 เดือนมิถุนายน 1990 ซึ่งระบิหนึ่งตกว่า ข้อกติกาอาวุธเคมีพรรษา 1990 (the 1990 Chemical Weapons Accord) เสียแต่ว่าตอนนี้ดำรงอยู่จำเป็นจะต้องเป็นครั้งแรกแห่งหนห้องอีสต์รูมคว้าดำรงฐานะผู้เห็นเหตุการณ์การทำสัญญาณข้อตกลงระหว่างประมุขสหรัฐอเมริกา กับผู้มีเกียรติชาวต่างชาติซึ่งเมื่อวัดกันในที่มุขแบบแผนราชทูตต่อจากนั้นจัดสิงสู่ณยศอยู่ณระดับที่ลุ่มกระทั่ง ครั้นจันทราเดือนธันวาคม 2019 ที่ผ่านมา ตัวแทนค้าต่างสหรัฐอเมริกา (United States Trade Representative) โรเบิร์ต ไลต์ไฮเซอร์ (Robert Lighthizer) คุ้นชินแจงแหว “สมัชชาจากทั้งสองแดน” จะลงนามในที่ข้อกติกาการค้า เฟส 1 ห้ามณอาทิตย์แรกของจันทรามกราคม แต่ว่าชิ้นเรื่องเดิมขึ้นไปในคราวนี้คือว่าหลักฐานรับรองสิ่งชัดเจนที่ว่า ประมุขทรัมป์กรานที่จะลงนามในข้อกำหนดฉบับตรงนี้เช่นกันเนื้อตัวนกเขาเอง ทั้งที่ผู้ปกครองสี จิ้นผิง ของจีนยังคงสิงสู่ที่ปักกิ่ง กับพลังจัดแจงสำหรับการดั้นด้นจากไปแวะเยี่ยมพม่าทีเหตุการณ์ในอดีต เพื่อที่จะ “สลักตอนใหม่” ณความเป็นเพื่อนดีฉันญาติมิตรสิ่งนานเป็นโพกผ้าชันษาข้ามชาติทั้งคู่ แค่เพียงทิวทัศน์ซึ่งโยกย้ายในห้องหับอีสต์รูมครั้นวันพุธ (15 ม.ค.) ก็สมรรถบอกเล่าเรื่องราวพร้อมด้วยร่างกายเลี่ยนเองต่อจากนั้น เลี่ยนประสบความสำเร็จย้ำแยกออกเห็นว่าดีลการขายฉบับนี้ได้ตกเป็นเรื่องสำคัญในทางการเมืองสำหรับทรัมป์อุดมขนาดไหน ขณะที่เขากำลังวังชาบากบั่นรณรงค์หาเสียงพอให้คว้าดำรงฐานะผู้ปกครองกาลเวลาลำดับที่สองในการเลือกตั้งจันทร์เดือนพฤศจิกายนพรรษาตรงนี้ ถึงอย่างไรก็ตาม ฐานะอย่างนี้เทียรทำเอาข้อแก้ตัวหัวเรื่องทึกทักกำยำซึ่งทรัมป์ข่าวเอาไว้ในตอนเปิดตัวระเบิดสงครามการค้ากับประเทศจีนพอวันที่ 15 เดือนมิถุนายน 2018 –ที่ว่าประเทศสหรัฐอเมริกาจักบดขยี้เศรษฐกิจประเทศจีนแจกพังเจียร– กลายเป็นพ่างวาจาอวดตัวขนาดนั้น ตรงข้ามเมืองจีนกลับมาลองให้เห็นว่าเป็นฝ่ายที่ทบทวนดูแน่นอน จากการละครปฏิกิริยาโต้ตอบเพราะว่าบ่งบอกว่า ทั้งคู่ด้าวแตกต่างจะกลายเป็นผู้เสีย ขณะที่ศึกขึ้นภาษีศุลกากรปฏิยุทธ์กักคุมจะเดินหน้าไปได้มาเปล่าจดไร ดังนี้ในศึกสงครามการค้าขายที่ดำเนินมา 30 จันทราโอกาสนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (US Federal Reserve หรือไม่ก็ เฟด) คาดตวาดเศรษฐกิจสิ่งของจีนถือสิทธิ์ความกระทบกระเทือนเสื่อมเสียเจียรเหมือนกับ 0.25% สิ่งของจีดีพี ซึ่งแน่แท้เกินตวาดตัวเลขติดลบขนาดตรงนี้จำเป็นต้องจัดสำคัญขนาดที่เปล่าถึงกับทำเอาเจ็บตาย เพราะสถานที่อุปสงค์ความมุ่งมาดปรารถนาของสหรัฐฯในที่สินค้าของประเทศจีนคว้าลดตกต่ำยอมจากไปประมาณหนึ่งณสาม แต่ว่าในทางตรงกันข้าม ที่ทำการงบดุลสถานที่รัฐสภาประเทศสหรัฐอเมริกา (US Congressional Budget Office) คาดแหว ความไม่เที่ยงและทุนเดิมปีกปะปนกัน สืบเนื่องจากศึกภาษีศุลกากร ได้ทำเอาตำแหน่งการก้าวหน้าของเศรษฐกิจประเทศสหรัฐอเมริกาตัดทอนหายจากไป 0.3% นอกจากนั้นอีกต่างหากตัดทอนรายได้พื้นที่ครอบครัวของอเมริกันยอมเจียรหารหลังจากนั้นครัวเรือนละ 580 ดอลลาร์นับแต่ปี 2018 เป็นต้นมา สมรรถที่จะทูลได้มาอย่างน่าสบายแหว ในข้อกติการะบิใหม่ตรงนี้ประเทศสหรัฐอเมริกาคว้าตัดทอนอัตราภาษีกรมศุลกากรมาครึ่งหนึ่ง สำหรับการจัดเก็บจากของซื้อของขายประเทศจีนมูลค่ารวม 120,000 โล้นดอลลาร์ แต่ว่าภาษีศุลกากรซึ่งได้มาขึ้นณระดับที่ดอนกว่าตรงนั้นอีกและประกบกันของซื้อของขายประเทศจีนอีกสมุดบัญชีเอ็ดมูลค่าร่วม 360,000 โล้นดอลลาร์ รวมทั้งสินค้าประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งส่งเข้าด้าวราศีมังกรค่ารวมกระทั่ง 100,000 กล้อนดอลลาร์ตรงนั้น ยังคงมีผลบังคับใช้ตามเดิม และนี่คงจะมีทว่าเป็นข่าวร้ายสำหรับสาธารณชนคนอเมริกัน ก๊กนักเศรษฐศาสตร์เพิ่งจะประเมินกักคุมออกมาตวาด ทุนเดิมค่าใช้จ่ายสิ่งของสงครามการค้าขายโอกาสนี้ ซึ่งกระทั่งจรดทุกวันนี้สิงสู่ในที่ขั้นสูงกว่า 40,000 กล้อนดอลลาร์นั้น พลังแบกภาระเอาไว้ทั้งปวงโดยพวกกงสีกับเหล่าผู้บริโภคอเมริกัน ความจริงต่อจากนั้นนี่อีกต่างหากไม่ไหวร่วมการเสียงานของพวกผู้ส่งออกประเทศสหรัฐอเมริกาต่อเนื่องจากการตอบโต้แก้แค้นของทิศประเทศจีนด้วยซ้ำเจียร ระหว่างการเจรจาต่อรองอันทุกข์ทรมานเพื่อให้ก้าวหน้าลการค้าระบิใหม่ออกมานี้ ส่วนมากต่อจากนั้นจีนเชื่อถืออยู่กับดักเงื่อนปมกระยาเลย ซึ่งตนคว้ากล่าวเอาไว้ตั้งแต่ระยะต้นไม้ใบหญ้าๆ ต่อจากนั้น ข้อตกลงใหม่นี้บอกล่วงหน้าตวาดจีนจักจัดซื้อของซื้อของขายอุตสาหกรรมการผลิต, บริการปะปนกัน, สินค้าการกสิกรรม, ด้วยกันแรงงานสิ่งของสหรัฐฯมากขึ้นขนมจากระดับพอปี 2017 ดำรงฐานะค่า 200,000 โล้นดอลลาร์ในที่กาลเวลา 2 ปีข้างหน้า ชิ้นซึ่งทรัมป์ตั้งอกตั้งใจยิ่งนักตกขอบ ได้แก่คดีสถานที่จีนคงมากขึ้นการจับจ่ายสินค้าออกท้องที่ทุ่งขนมจากอเมริกาแยกออกงอกงามอีก ทรัมป์นั้นเอ่ยอ้างจำนวนสถานที่จีนจะนำเข้าผลิตภัณฑ์การกสิกรรมอเมริกันเป็นค่า 50,000 กล้อนดอลลาร์ประกบพรรษา ทว่าก้ำประเทศจีนคว้าทวีคำตักเตือนยอมไปด้วยว่าการสั่งซื้อตรงนี้จะจำต้องขึ้นกับอุปสงค์ความต้องการสรรพสิ่งตลาด มองเห็นได้มาอย่างชัดเจนตวาด เป็นก็เพราะว่าทิศประเทศจีนรบตอบแก้เผ็ดพร้อมด้วยงานเลิกการพาเข้าสินค้าการกสิกรรมจากสหรัฐฯนี่แหละที่รวมตัวกันก่อแจกทรัมป์อยู่ในท่าทางบาดเจ็บทางการเมืองอย่างถ่องแท้ เนื่องจากเขาชนะได้ครองทำเนียบขาวเมื่อปี 2016 ก็พร้อมด้วยงานสนับสนุนอย่างมั่นคงจากเหล่ารัฐการกสิกรรม ประเทศสหรัฐอเมริกาตรงนั้นส่งออกผลิตผลอาณาเขตการเกษตรเจียรยังเมืองจีนครอบครองอึ 20,000 โล้นดอลลาร์เชียวในที่พรรษา 2017 ทว่าจำนวนนี้พลัดตกไหวลงมาเหลือ 9,100 เลี่ยนดอลลาร์เมื่อชันษาเดิม ภายหลังจีนข่าวขึ้นภาษีศุลกากรสำเร็จรบตอบหยิบยกขนมจากของซื้อของขายประเทศสหรัฐอเมริกาหลากหลาย รวมทั้ง แอปเปิล, ถั่วแระ, นิศานาถ, ด้วยกันต้นฝ้าย เพราะว่าสถานที่บางรายงานประสบจากไปยิ่ง 25% คงอยู่จัดการประกาศหมดตูดสิ่งของฟาร์มปะปนกัน ทุกทั่วตลอดอเมริกาคว้าพุ่งพรวดขึ้นไปมา 24%นับตั้งแต่จันทร์กันยายน 2018 ไหมกี่ทอผ้าพระจันทร์ภายหลังงานทะเลาะเบาะแว้งเชิงพาณิชย์สิ่งของประเทศสหรัฐอเมริกากับดักประเทศจีนคว้าทำให้ผลิตภัณฑ์การกสิกรรมของสหรัฐฯถูกประเทศจีนเก็บภาษีกรมศุลกากรดำเกิงขึ้นไป ซึ่งก็รวมไปถึงถั่วแระ, ต้นฝ้าย, ด้วยกันผลิตผลพี่เลี้ยงเด็ก คดีนี้ขู่เข็ญแจกทรัมป์จำเป็นจะต้องประกาศใช้จับจ่ายงบดุลโดยประมาณ 28,000 กล้อนดอลลาร์ลงมาสงเคราะห์ส่งเสริมก๊กชาวไร่ชาวนาแห่งหนครอบครองผลกระทบกระเทือนจากภาษีศุลกากร จนนำไปสู่เหตุการณ์ชิ้นควรเย้ย ครั้นเป็นที่มุ่งมาดกันว่าผลประโยชน์สิ่งของท้องที่การกสิกรรมณชันษาตรงนี้ราวกับ 40% ทีเดียว จักมาจากการช่วยเหลือสรรพสิ่งรัฐบาลกลางๆสหรัฐฯ ความการปกป้องปกปักรักษาทรัพย์สินทางปัญญา ก็ไม่ผิดทึกทักยกมาว่าครอบครองเหตุหลักอีกประการหนึ่งสำหรับงานแห่งหนทรัมป์จุดชนวนสงครามการค้าขาย อยู่แหวข้อตกลงนวชาตนี้ประกอบด้วยเนื้อหาเกี่ยวเรื่องตรงนี้บรรจุสิงสู่ เพราะนั่งพิงสิงสู่กับคำมั่นสัญญาบางอย่างบางประการแห่งหนเมืองจีนได้มาให้ไว้ เสียแต่ว่าคำถามสิงสู่ที่ว่าสัจจะกลุ่มนี้ประกอบด้วยกระไรผิดแผกให้กำเนิดไปจากอันที่เมืองปักกิ่งได้มาให้คำปฏิญาณเอาไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้? ทำนองเดียวกัน ดีลฉบับนวชาตตรงนี้ก็พังทลายไม่ได้แก้ไขข้อคิดปัญหาความที่เมืองจีนให้การอุดหนุนแก่อุตสาหกรรมบางสิ่งโปร่งใสประเภท ดูห้ามโดยทั้งหมดหลังจากนั้น มันสมเหตุสมผลทีเดียวที่จะประเมินว่าข้อกำหนดใหม่นี้ดำรงฐานะเพียงแค่งานยอมรับจอดลั่นกระสุนมากกว่าเป็นข้อตกลงเพื่อจะก่อสร้างสันติภาพ กับด้วยความสำนึกจดที่จริงหัวเรื่องตรงนี้เองคงจะดำรงฐานะสาเหตุขยายความในตวาดไฉน เช็ด จิ้นผิง แล้วจึงได้มาซ่อนเลียงเปล่าเจียรร่วมแบบแผนลงลายมือชื่อ ในที่ ทำเนียบขาว การเห็นด้วยหยุดยิงตรงนี้จะมีอายุเจียรกระเป๋าแห้งตลอดปี 2020 เสียแต่ว่าหลังจากนั้นต่อจากนั้นจักก่อเกิดอะไรขึ้นไปลงมามั่งอีกต่างหากลำบากที่จะบอกล่วงหน้า จุดสำคัญตกขอบอยู่ที่ว่าสินค้าส่งออกสิ่งของประเทศสหรัฐอเมริกาคว้าสูญเสียความสามารถในการแข่งขันของตัวเจียรต่อจากนั้นครั้นเปรียบเทียบกับจีน ผลดีหัวเรื่องเสาสำหรับทรัมป์เป็นต้นว่าทัศนศาสตร์สรรพสิ่งข้อตกลงฉบับใหม่ ซึ่งทำให้เขาสามารถที่จะย่างเท้าเลยไปขนมจากคดีศึกสงครามการค้าขายพร้อมด้วยวจีอ้างว่าบรรลุผล ในตอนงานรณรงค์หาเสียงออกเสียงสถานที่กำลังจะเข้าสู่ช่องว่างเข้มข้น เสียแต่ว่าทั้งที่กล่าวเช่นนั้นได้ก็ตามที ณความก๊กความเสียหายต่อเนื่องอันก่อเกิดขนมจากสงครามการค้าขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายที่ประกอบด้วยดามความเกี่ยวพันสหรัฐฯ-ประเทศจีนตรงนั้น เป็นเรื่องยากลำบากเทียวที่จะบากบั่นกะให้ลดลงความเป็นจริง บรรยากาศสิ่งของความสัมพันธ์ดังกล่าวตรงนี้คว้ากลายเป็นสารพิษจากไปชำรุดต่อจากนั้น ด้วยเหตุที่ทีมว่าการทรัมป์คว้าหันมาใช้คืนกรรมวิธี “แรงบีบคั้นคาดคั้นสูงศักดิ์สุด” ในเมื่อมีอยู่ออกมาแหวประเทศจีนยังคงปฏิเสธปฏิเสธครอบครองก้ำยินยอมให้ก่อนกำหนด การทะลวงจู่โจมกิตติศัพท์เกียรติภูมิสรรพสิ่งพวกลัทธิคอมมิวนิสต์เมืองจีนที่นำเพราะว่าถู จิ้นผิง, งานแห่งหนสหรัฐฯเข้าก้าวก่ายล่วงล้ำตลอดในฮ่องกงกับเหตุการณ์ในซินมังสวิรัติียง รวมทั้งคำอธิบายวจีแบบสงครามเย็นแห่งหนก๊กบุคลากรชั้นท็อปสรรพสิ่งสหรัฐฯฉายข่าวสารออกมา –เป็นพิเศษในที่ชั้นสรรพสิ่งรองลงมาจากประมุขไมโครโฟน เพนซ์ ด้วยกันรมต.ต่างด้าว ไมโครโฟน พอมเพโอ— เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เท่ากับงานเกือบกระโดดคนสนับสนุนเลือดนกกักคุมล่วงละเมิดสรรพสิ่งมุขก้ำเมืองจีนทั้งนั้น ความเชื่อมั่นกันครอบครองชิ้นแห่งหนลองได้ขาดสะบั้นจากไปหลังจากนั้นครั้งหนึ่ง ก็จักเปล่าสามารถคุ้ยเขี่ยต่อเติมเสริมแต่งขึ้นมานวชาตได้มาราบรื่น ด้วยกันเหนืออื่นใดพ้น ความภูมิใจในที่ชนชาติกับความนับถือณศักดิ์ศรีตนเองสรรพสิ่งชาวจีนก็กำลังถูกดูหมิ่นได้รับบาดเจ็บไปพร้อมด้วย เมืองปักกิ่งแล้วก็ได้ความเป็นจริงว่าความสัมพันธ์ประการเสมอเหมือนกับดักสหรัฐฯตรงนั้นเป็นอันแห่งหนเปล่าสมรรถเป็นได้ เสียแต่ว่าจีนก็ไม่สมรรถกับจักไม่มีวันตกลงสถานภาพความเป็นเจ้านายเหนือใครสิ่งของสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้เอง ครั้นทำการพินิจพิจารณาถึงขั้นโหล่ ความเป็นจริงแล้วจึงดูราวกับออกมาตวาด ผลพวงสม่ำเสมอทางภูมิรัฐศาสตร์สิ่งของสงครามการขายตอนนี้ กำลังจะแบออกออกลูกไปชนิดกว้างไกล (เก็บความขนมจากเว็บไซต์ indianpunchline สรรพสิ่ง เอ็มมันสมองเค. ภัทรกุมาร อ่านภาพร่างภาษาอังกฤษถึงที่กะไว้ https://indianpunchline.com/trump-the-deal-maker-blinks-before-china/ เอ็ม เค ภัทรกุมาร ชินรับราชการดำรงฐานะทูตาการทำงานในที่กระทรวงการต่างประเทศอินเดียเป็นเวลากระทั่ง 29 พรรษา โดยแห่งหนราวกับซีกได้รับมอบหมายแจกเจียรประจำการอีกต่างหากประเทศแห่งหนชินดำรงฐานะบริเวณสิ่งของอดีตกาลม่านเหล็ก ตลอดจนไปสิงสู่ที่ปากีสถาน, อิหร่าน, และอัฟกานิสถาน ประเทศอื่นๆ แห่งหนเขาคุ้นชินจากไปสารภาพฐานันดรอีกทั้งมีประเทศเกาหลีใต้, ศรีลังกา, เยอรมนี, และตุรกี ช่วงปัจจุบันนกเขาสลักอยู่ในที่เว็บไซต์ “อินเดียน โพกช์ไลน์” (https://indianpunchline.com) ของนกเขา เสาๆ หลังจากนั้นเขียนจรดหลักการต่างประเทศสรรพสิ่งประเทศอินเดีย กับกิจจานุกิจของตะวันออกกลาง, ยูเรเแม่ชีย, ทวีปเอเชียกลาง, ทวีปเอเชียใต้, และทวีปเอเชีย-แปซิฟิค หมายเหตุผู้แปล ณเรื่องข้อกำหนดการขายสหรัฐอเมริกา-ประเทศจีน เฟส 1 ตรงนี้ เว็บไซต์ บีบีซี นิวส์ คว้าเผยแพร่ทูลที่ตั้งหน้าพูดถึงประเด็น ใครครอบครองก้ำได้ กับใครครอบครองก้ำชำรุด จากดีลการค้าฉบับตรงนี้ แล้วจึงตาขอเก็บความนำมาบอกดังต่อไปนี้