อีฉันไม่ลืมเลือน ‘โรงพยาบาลสต.’ อีกหนึ่งนักรบเสื้อกาน้ำวน์ ณศึกสงครามวัวตัก

ดิฉันไม่ลืม ‘โรงพยาบาลสต.’ อีกเอ็ดนักรบเสื้อกาวนเวียน์ ในที่สงครามงัววิดจาก เฟชบุ๊ค ดวงอาทิตย์ใส กตะศิลา18 พ.ค.63 – หัวหน้าตะวันใส กตะศิลา คณบดี โรงเรียนสิ่งใหม่เข้าผู้เข้าคน มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความณเฟซบุ๊ก เพราะว่าประกอบด้วยแก่นสารเหตุฉะนี้ดีฉันไม่ลืม.มันสมองมันสมองโรงพยาบาลสต.อีกเอ็ดนักสู้เสื้อกาน้ำวกวน์ ในศึกสงครามงัวโพง (Covid War)ณความสำเร็จสรรพสิ่งการรับมือกับดักงานแพร่เชื้อสรรพสิ่งเชื้อไวรัส Covid-19 สังคมไทยพุ่งเป้าการมีชัยชนะจากไปสถานที่พนักงานทางการแพทย์และสาธารณสุขแห่งหนเรียกกันว่า “นักสู้เสื้อกาน้ำวกวน์” ตั้งแต่ระดับสายงานจัดการไปจนกระทั่งพนักงานระดับเนื้อที่ ชุมชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของ อสม.หรือไม่ก็ อาสาสมัครสาธารณสุขแห่งหนมีกระทั่ง 1,040,000 คนรวมหมดประเทศด้วยกันไม่ใช่เท่าคนไทยเท่านั้นสถานที่ ปรบมือร่าเริงกับดักผลงานสิ่งของทีมหมอสาธารณสุขแหลมทอง แม้แต่ฮู หรือว่า WHO จนกระทั่งพูดพิศกระทั่งชี้ชวนนานาชาติแบ่งออกเหลือบเห็นจดแรงของ อสม.ดำรงฐานะส่วนใดส่วนหนึ่งสิ่งของอธิคมสิ่งของไทยและเหตุมีประสิทธิภาพของหมู่สาธารณสุขสรรพสิ่งชาวไทยแต่ว่าหมวดและหน่วยงานสถานที่อาจถูกไม่นำพาไป หรือว่ากล่าวถึงห้ามไม่ยิ่งนักเท่าไหร่มากหลาย คือว่า บทบาทสรรพสิ่งโรงหมอจรรโลงพลานามัยตำบล ไม่ก็ รพ.สต. ที่มนุษย์สาธารณะรู้จักมักคุ้นห้ามก่อนหน้าตกว่า “สถานีอนามัยประจำการท้องที่” หรือว่าในอดีตคือว่า “สุขศาลา” นั่นเองในที่ปัจจุบันดีฉันประกอบด้วย โรงพยาบาลสต ทั่วประเทศ ปริมาณ 9,776 แห่งหน มีบุคลากรปฏิบัติงาน ยิ่งกว่า 40,000 คนวงในข่วงงัววิดระบาด โรงพยาบาลสต.จำเป็นต้องรอคอยคิดวิเคราะห์สถานการณ์ คบคิดทำ คลอดทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ สอบถามโรค จับต้องคนป่วยรับรอง รอคอยควบคุมการระบาดสรรพสิ่งโรค เสาะแสวง คัดแยกถัก จำต้องสอดส่องผู้กัก ตรวจตราตรวจสอบการวางท่าริเริ่มเป็นไข้ เป็นเลิศตามคฤหาสน์ ด้วยกันครอบครองคนเลี้ยงลูกมอบหมายงานกิจการ แบ่งออก อสม.ทำงานตรวจตราระวัง ทุบประตูคฤหาสน์ กับยังจำเป็นจะต้องลงมือเชื่อมระหว่าง อสม. หมู่บ้าน กับ สาธารณสุขอ. สื่อสารเกี่ยวโยงประสานงานกับศูนย์กลางณทั้งมวลทุกเวลา เรียกคว้าว่าบทบาทธุระสิ่งของเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ประกอบด้วยความเสี่ยงไม่น้อยกระทั่งองค์การอื่นๆ พ้นทีเดียวกระผมเองมีประสบการณ์ต่อหน้าพอ เกือบ 40 พรรษา ก่อนกำหนด ป้าสรรพสิ่งฉันดำรงฐานะพนักงานประจำการอนามัย แทบจะเค้งสำนักงานมีโชคคฤหาสน์อยู่ติดกับสุขศาลา และก็ประกอบด้วยเช่นพนักงานอีกมนุชที่คอยประจำตำแหน่ง คนธรรมดาทั้งชีพคงจะไม่เคยเห็นหน้าหมอ พยาบาล เนื่องด้วยน้าสาวสรรพสิ่งกระผมเป็นสรรพสิ่งสิ่งของเขาทั้งหลาย จนเรียกกันว่า “ซินแสประถือครอง” มาตุจฉาจำต้องทำงาน 24 ขณะก็แหวคว้า และไม่ใช่วงในหมู่บ้านเพียงนั้นเสียแต่ว่ารวมถึงอีกแหล่หมู่บ้านณละแวกชุมชนนั้น ดึกดื่นมาตุจฉาเพียงไม่ไหวนอนจำเป็นต้องรอมนุชมาทุบช่องนิวาสสถาน ไฟฟ้าพ้นไป ประกอบด้วยแต่ว่าไฟฉาย อย่ากล่าวถึงเครื่องมือทางการแพทย์ ข้าพเจ้ารำลึกถูกมีไม่กี่ชนิด ตู้ยา ยาแดง ยาเหลือง ยาแก้ปวด ล่าตรวจวัดแรงดัน วัตถาภรณ์ทำให้หยุดรอยแผล แห่งหนวัด ที่ตรวจวัดไข้ ใครสถานที่อาการหนักจำต้องส่งเจียรระวังตัวแห่งหนโรงหมอท่องเที่ยวตกระกำลำบากกับไกลเหมือนกันณวัยเด็กตอนนั้นข้าพเจ้าก็แอบ นึกคิดอยู่ตวาดถ้า “สุขศาลา”สรรพสิ่งมาตุจฉา มีนายแพทย์ พยาบาล คงอยู่ช่วยเหลือชาวบ้านได้มากกแหวนี้ เมื่อข้าพเจ้าใหญ่ขึ้นก็มีงานผลัดกันชื่อ จากสถานีอนามัยเป็น “สถานีอนามัยประจำการชุมชน” ซึ่งมั่นเหมาะว่า ไม่ใช่เท่าการสับเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามทว่าประกอบด้วยการจัดระบบกันใหม่ประกอบด้วย จนท.เครื่องไม้เครื่องมือมากขึ้นสอดส่องคนป่วยคว้ากว้างไกลขึ้นไป เมื่อต่อมาสับเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามครอบครอง “โรงพยาบาลจรรโลงอนามัยตำบล” ก็ดีขึ้นไปลงมาตามลำดับ ประกอบด้วยสถานะเด็กๆ โรงพยาบาล วันนี้กระผมก็อีกทั้งวาดภาพต่อสักวัน โรงพยาบาลสต.จะเป็นโรงพยาบาลครบตน มีครู มีแพทย์ เครื่องมือครบครันเทียบเท่าโรงหมอชั้นอ. มันคงอยู่ไม่ใช่เท่านึกคิดมังก็เพราะว่าตอนงานทำสงครามโคตักรอบตรงนี้เอ็ดในที่ความแข็งแรงพลสิ่งของนักรบเสื้อกาต้มน้ำวนเวียน์สถานที่ดิฉันมองข้ามไม่ไหวคือว่าทั้งหมดเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลสต. 40,000 กระทั่งมนุษย์ตลอดแดนนี่หละครับผมดิฉันจำเป็นต้องเอื้อเฟื้อกับปลุกใจพร้อมด้วยด้วยกันยิ่งกว่าตรงนั้นหลักการสรรพสิ่งรัฐบาลด้วยกันยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขปเว้นพลานามัยชาวไทยจะจำเป็นจะต้องมีแผนพัฒนาทั้งกำลังคน และกำลังประมาณปันออก โรงพยาบาลสต.สมบูรณ์อีกด้วยอิฉันปิดประตูไม่ได้ดุสงครามโคโพงรอบนี้มันปวกเปียกยอม ด้วยกันจวนพ่ายแพ้ ก็เพราะว่าความแข็งแรง สิ่งของที่โล่งแจ้ง หมู่บ้าน น่ากลัวงัวตักชี้ว่าชุมชนยังไม่ล่มสลาย สำคัญคืออิฉันจะก่อสร้างความแข็งแกร่งยืดยาวคว้าอย่างไร คำเฉลยมิใช่ทั้งหมดจี่สิงสู่ที่บุรีฐานรากชุมชนที่อีฉันรู้จักมักคุ้นอาจจะมีเท่า บ้าน วัด วิทยาคาร (บวร) แค่นั้น แต่ว่าที่ระยะเวลา New Normal จำเป็นจะต้องเพิ่มพูนบทบาทกับความหมายสรรพสิ่ง โรงพยาบาลสต. เข้าไปอีกด้วยหนอขอรับมันสมองมันสมอง.#ไทยจำเป็นจะต้องชนะ