ทุนนิยมแห่งประเทศชาติ

ทุนนิยมแห่งประเทศ (ไทยโพสต์ วันพระจันทร์แห่ง 8 กระทรวงการคลัง.2562) สมานแผล ประชากรเกลอ จีนกล่าวว่า รูปแบบเศรษฐกิจสรรพสิ่งนกเขาคือ “รูปแบบสังคมนิยมดีกรีต้นไม้ใบหญ้า” แต่มีนักวิชาการตะวันตกบางท่านฟ้องดุ แนวทางเศรษฐกิจสรรพสิ่งประเทศจีนคือ “รูปแบบทุนนิยมแห่งหนประเทศ” (State Capitalism) มิใช่ “รูปแบบระบบทุนนิยมอิสระ” (Liberal Capitalism)อย่างแห่งหนมากมายด้านแจ้ง หลังจากนั้นอย่างไรคือ “แนวทางทุนนิยมแห่งหนชาติ” เมื่อเมืองจีนนวชาตได้รับงานยกขึ้นขึ้นณชันษา 1949 โดยการนำสรรพสิ่งท่านสำคัญว่าจ้างเจ๋อเจอะตง ที่เหลือบเห็นแหวฐานรากทางเศรษฐกิจของจีนตอนนั้นยังไม่ก้าวหน้า อีกต่างหากไม่ครบครันที่จะสาวก้าวไปสู่แนวทางสังคมนิยมคว้าเร็ว จำต้องประกอบด้วยที่ว่างสับเปลี่ยนผ่านเพื่อจะเจริญเศรษฐกิจก่อน เพราะณระยะห่างผลัดกันเปลี่ยนนี้จำต้องตกลงแนวทางเศรษฐกิจบางสิ่งแห่งประกอบด้วยสัณฐานดำรงฐานะระบบทุนนิยมวางก่อน เป็นระบอบเศรษฐกิจปนที่มีทั้งส่วนประกอบที่เป็นระบบทุนนิยมด้วยกันสังคมนิยม ด้วยกันจ่ายชดใช้ชื่อว่า “ระบอบประชาธิปไตยแบบอย่างใหม่” ระบอบประชาธิปไตยแผนใหม่จักมีชิ้นส่วนทางเศรษฐกิจ 5 ส่วน เป็นต้นว่า 1) รัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีรูปพรรณครอบครองสังคมนิยม 2) ระเบียบสหกรณ์แห่งประกอบด้วยลักษณะดำรงฐานะเศษหนึ่งส่วนสองสังคมนิยม 3) การงานธนบดีเอกชน ซึ่งครอบครองรูปแบบทุนนิยมเต็มตัว 4) งานย่อยด้วยกันการประกอบอาชีพไทสิ่งของประชาชนทั่วไป ซึ่งก็นับว่าสิงสู่ณอาณาเขตของแนวทางระบบทุนนิยม กับ 5) ระบบทุนนิยมที่รัฐ ถ้อยคำแหวระบบทุนนิยมที่ชาติทูลกันแหวคุณเลนินครอบครองผู้บัญญัติขึ้นไป เพราะว่าแกขยายความในแหว ในประเทศทุนนิยม ครั้นพัฒนาถึงระดับเอ็ดก็จักก่อกำเนิดพวกราคาทุนผูกขาด ด้วยกันหมู่ราคาทุนผูกขาดเหล่านี้จักแสวงอำนาจชาติมาจ่ายเรื่องดูแลรักษา ก่อกำเนิดครอบครองการทำงานผูกขาดแห่งหนทรงอำนาจรัฐหนุนอยู่ข้างหลัง แกเรียกหาส่วนประกอบเศรษฐกิจกระนี้ดุ “ระบบทุนนิยมแห่งหนชาติ” ที่ระยะเวลาที่ประเทศโซเวียตยกขึ้นขึ้นมานวชาตๆ คุณตมินเห็นแหวประเทศรัสเซียเก่าก่อนครอบครองด้าวทุนนิยมแห่งหนด้อยพัฒนาที่สุดณทั้งหลายด้าวทุนนิยมทั้งหมดในเวลานั้น อีกต่างหากไม่อาจจะเข้าสู่เข้าผู้เข้าคนสังคมนิยมคว้าโดยงอกงามทีเดียว แทนที่จะจำต้องทำลายประดานายทุนทั้งผอง ต่อสู้รวบรวมธนบดีกลุ่มนี้มาอย่างยิ่งสรรพสิ่งแดนที่แนวทาง “ทุนนิยมที่ประเทศ” ได้เปรียบ แกขยายความในดุณเข้าผู้เข้าคนระบอบระบบทุนนิยม ระบบทุนนิยมแห่งชาติจะดูแลกลุ่มราคาต้นทุนผูกขาด แต่ในเข้าสังคมระบอบสังคมนิยม รัฐจะครอบครองคนคุมออกทุนการกำหนดแห่งหนชาติดูแลกลางเมือง กับหลงเชื่อแหวส่วนประกอบเศรษฐกิจที่ครอบครองทุนนิยมแห่งหนประเทศจักถูกผลักดันแยกออกไม่รีบร้อน ปรับปรุงไปดำรงฐานะรัฐวิสาหกิจแห่งหนดำรงฐานะลักษณะสังคมนิยมในบั้นปลาย ประเทศจีนณกาลเวลาประชาธิปไตยแผนใหม่ก็ดำเนินหลักการตรงนี้เหมือนกัน เพราะสนับสนุนจ่ายหมู่ราคาทุนเอกชนทรสองทรสุมดำรงฐานะหมู่ใหญ่ขึ้นกับเอารัฐเข้าไปควบคุมที่หนทางงานร่วมหุ้น “ประเทศ-เอกขวิด” หรือว่าในบางครั้งประเทศก็ไม่จำเป็นจำเป็นต้องเข้าทุนอีกด้วย แต่สิงอำนาจรัฐที่ควบคุมคว้าหลายอย่าง ไม่ว่าด้านการคลัง การควบคุมวัตถุดิบ หรือทางงานกำจัด จำกัดจ่ายการงานกลุ่มนี้ทำตามความต้องการหรือแผนการสิ่งของรัฐบาล ระบบทุนนิยมแห่งหนรัฐแล้วจึงผิดแผกแตกต่างกับรสก.ที่รัฐครองเพียงคนเดียว แต่ว่าณชันษา 1953 ผู้นำประเทศจีนในเวลานั้น คงจะอีกด้วยกรณีใจเร็ว หรือเช่นกันเหตุผลอื่นไหนแห่งไม่ได้บ่งชัด อยากแยกออกเมืองจีนสาวเท้าเข้าสู่ระบอบสังคมนิยมอย่างเร็วเต็มที่ เพราะไม่ประหวัดวัตถุปัจจัยทางภกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมิสัยแห่งชั้นการพัฒนาของเศรษฐกิจเมืองจีนอีกต่างหากไม่รุ่งเรืองเมื่อ กลับสร้างทฤษฎีนวชาตบริหารเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ทางราชการเกิดจะเป็นรูปเป็นร่างหนุนการพัฒนาของพลังการผลิต จึงริเริ่มขั้นตอนความเคลื่อนไหวที่เรียกหาแหว “การปรับเปลี่ยนแห่งเข้าผู้เข้าคนการตั้งกฎเกณฑ์” ชิ้นส่วนเศรษฐกิจ 3 เนื้อตัวข้างหลังถูกปรับผลัดกันแจกเป็นรสก.จบ ทรัพย์สินของนายทุนถูกยึดเป็นสรรพสิ่งประเทศ เอกชนไม่มีสิทธิ์ประกอบธุรกิจใดๆ ทั้งหมด สหกรณ์มุขท้องที่เกษตร องค์ประกอบเศรษฐกิจเนื้อตัวแห่งหน 2 แห่งประกอบด้วยลักษณะเศษหนึ่งส่วนสองสังคมนิยม ก็ถูกปรับเปลี่ยนแจกเป็นคอมพอกพูนแห่งหนดำรงฐานะสัณฐานสังคมนิยม รัฐบาลเมืองจีนข้อมูลที่พรรษา 1956 บริหารปรับเปลี่ยนได้มาสำเร็จเติบโต ด้วยกันจีนได้มาสาวเท้าไปสู่กาลเวลา “เข้าผู้เข้าคนการกำหนด” หลังจากนั้น เหตุการณ์ในอดีตในที่ว่าง 20 ปีหลังจากนั้น พิสูจน์แยกออกเหลือบเห็นตวาดเป็นนโยบายพลาดอย่างใหญ่หลวง เศรษฐกิจสรรพสิ่งแดนถดถอยอย่างมาก กลางเมืองอยู่ในภาวะอดโซ ในประเทศประกอบด้วยแต่ว่าการต่อสู้ทางการเมือง ลงมาจวบจนกระทั่งสมัยใหม่แห่งมีท่านเติ้งเสี่ยวผิงครอบครองผู้นำ แห่งหนมองเห็นว่าความไม่ลงรอยกันหลักในสังคมเมืองจีนเปล่าใช้ความไม่ถูกกันทางชนชั้น แต่ว่าต้องคดีขัดแย้งแห่งหนผลผลิตทางเศรษฐกิจไม่พอที่จะสนองความต้องการสรรพสิ่งกลางเมือง จำต้องหันไปเจริญเศรษฐกิจ โดยใช้หลัก “ปฏิรูป-ถกกว้างไกล” สมมติว่าสืบสวนแจกท่องหนังสือนัก จะเห็นกระจ่างตวาด ชิ้นส่วนทางเศรษฐกิจรวมหมด 5 ชนิดในเวลาระบบประชาธิปไตยแผนใหม่ ถูกคุ้ยเขี่ยกลับคืนมาหมด ด้วยกันต่างได้มาการพัฒนาอย่างมาก จริงๆหลังจากนั้นระบอบเศรษฐกิจที่เมืองจีนใช้คืนอยู่ณยุคปัจจุบันก็คือ “รูปแบบเศรษฐกิจระบบประชาธิปไตยแบบอย่างใหม่” ชนิดไม่ผิดแปลกประหลาด แต่ว่าคงจะดำรงฐานะก็เพราะว่าเหตุทางการเมือง จีนจึ่งหลบมุมการใช้คืนวาจาตวาด “ประชาธิปไตยแบบอย่างนวชาต” ก็เพราะว่าสำเร็จแสดงถึงการเสื่อมหลังจร 20 ชันษา จึงข้อบังคับวาจาใหม่ดุ “แนวทางสังคมนิยมขั้นต้นไม้ใบหญ้า” ดังนั้น ครั้นกล่าวขวัญรูปแบบเศรษฐกิจของจีน จักต้องไม่ลืมเลือนที่จะเขียนเติมถ้อยคำดุ “ขั้นต้นไม้ใบหญ้า” ต่อท้ายถ้อยคำดุ “แนวทางสังคมการตั้งกฎเกณฑ์” ก็เพราะว่าสมมติว่าครอบครองระบอบสังคมนิยมแห่งจำเริญแล้ว จักจำต้องพ้นไปชิ้นส่วนทางเศรษฐกิจแห่งดำรงฐานะกรรมสิทธิ์เฉพาะบุคคลสรรพสิ่งเอกชน ดังอาทิด้าวโซเวียตในระยะเวลาก่อนการสลายตัว ในยุคปัจจุบัน ดูเหมือนผู้นำประเทศประเทศจีนจะสุขุมจำเริญ เห็นด้วยจัดการปรับปรุงไปสู่ระบอบสังคมนิยมมิได้ทำได้ติดตามความมุ่งมาดปรารถนาทางอัตวิสัย เสียแต่ว่าต้องขึ้นอยู่ชั้นการพัฒนาสรรพสิ่งเศรษฐกิจ ไม่ต้องจรพิจารณาตวาดจักไปสู่เวลาสังคมนิยมได้มาเมื่อใด แจกมุ่งมั่นเจริญเศรษฐกิจไปไม่รีบร้อน สุดท้ายก็จะไปสู่ระยะเวลาสังคมนิยมเอง จากนั้นที่ชิ้นส่วนเศรษฐกิจประเทศจีนขณะนี้มี “ทุนนิยมแห่งประเทศ” ไหม พอเวลาเปลี่ยนไป แนวทางสิ่งของทุนนิยมที่ชาติก็จำเป็นต้องกลายด้วย พอเมืองจีนมีตลาดหลักทรัพย์ รัฐบาลประเทศจีนก็ปล่อยแยกออกรสก.มากมายแห่งหนเข้าจดทะเบียน ทำการระดมทุนจากภาคเอกชน รสก.ก็กลายเป็นบริษัทมหาชน ดำเนินการติดตามกฎระเบียบของเศรษฐกิจการตลาดฉบับร่างระบบทุนนิยม มั่นเหมาะ บริษัทมหาชนกลุ่มนี้ก็คือส่วนใดส่วนหนึ่งแห่งครอบครองทุนนิยมแห่งประเทศแห่งหนเห็นกระจ่าง เพราะว่าสิงสู่ที่การควบควบคุมสรรพสิ่งรัฐบาล แต่ว่าแห่งหนประธานมากกว่านั้นคือว่า ธุรกิจเอกชนทั่วไปก็อยู่ในโอวาทสิ่งของรัฐบาล ทั้งที่เกิดจากงานใช้ “มือแห่งจ้องเหลือบเห็น” สิ่งของรัฐบาลกำหนดกฎเกณฑ์เทศบัญญัติ หลัก หลัก จุดหมายปลายทางการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างบาดตา เท่าทันคราว กับในขณะที่เกิดขนมจากจิตสำนึกสรรพสิ่งอาณาเขตงานแห่งหนให้ความร่วมมือ ด้วยกันตอบสนองหลักสรรพสิ่งรัฐบาลประการเต็มใจ องค์กรงานระบบทุนนิยมสิ่งของจีนทั่วภาครัฐด้วยกันเอกชน แห่งทำตามกฎสรรพสิ่งทุนนิยม แต่อยู่ภายใต้อำนาจบังคับสรรพสิ่งชาติ แล้วจึงมากมายกองทัพ “ระบบทุนนิยมที่ประเทศ” แหล่งที่อยู่ภายใต้ธงนำสิ่งของรัฐบาล มุ่งเจียรไปสู่จุดหมายปลายทางสมรู้ร่วมคิด คือว่าการพัฒนาเมืองจีนแจกยิ่งใหญ่ แห่งนักวิชาการตะวันตกฟ้องตวาดจีนครอบครอง “ระบบทุนนิยมแห่งประเทศ” แล้วจึงดำรงอยู่มีส่วนไม่ผิด ถ้าเป็นองค์ประกอบเศรษฐกิจซีกแห่งมีรูปพรรณระบบทุนนิยมเป็นพิเศษ ก็เพราะว่าที่ระบอบสังคมนิยมขั้นที่หนึ่ง อีกทั้งมีชิ้นส่วนด้านแห่งหนครอบครองลักษณะสังคมนิยมอีกด้วย ต้องเข้าใจแหวประเทศจีนนำรูปแบบทุนนิยมที่ซีกของเศรษฐกิจการตลาดลงมาใช้คืนก็ในสถานภาพเครื่องอุปกรณ์ เอามาสนับสนุนพัฒนาเศรษฐกิจ หามิได้หมายมั่นแยกออกประเทศดำรงฐานะระบบทุนนิยม จึงต้องคอยรักษาจุดอ่อนที่จะตามมา เช่นการแข่งขันแห่งหนไร้ขอบข่าย ไม่ก็งานก่อเกิดเศรษฐกิจฟองสบู่ เศรษฐกิจด้านแห่งดำรงฐานะทุนนิยมจึ่งหามิได้ทุนนิยมอิสระประการที่ก้ำทิศตะวันตกคาดหวัง กับเมื่อองค์ประกอบเศรษฐกิจส่วนแห่งเป็นทุนนิยมสิงสู่ภายใต้ธงจับสิ่งของประเทศ มันจึ่งไม่ผิดจ้องดำรงฐานะ “ระบบทุนนิยมแห่งรัฐ” เจียร ในขณะนี้นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกกำลังวังชากลุ้มดุจะก่อกำเนิดวิกฤตเศรษฐกิจพื้นโลกทีนวชาต เพราะประกอบด้วยการปรากฏชี้ให้เห็นจรณมุขตรงนั้น กับก็ครบรอบ 10 พรรษาจากนั้นจากการเกิดวิกฤต Subprime (2007-2010) ณสหรัฐแห่งหนลามไปทั่วโลก ครอบครองการปรากฏ “วงจรอุตีนว์” ที่รูปแบบเศรษฐกิจทุนนิยม ที่วิกฤตจักเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แก Karl Marx ได้มาขยายความในความ “วงจรน้ำเมาบาทว์” ไว้ตวาดเกิดจากการขัดกันรากฐานแห่งไขปัญหาไม่ได้สรรพสิ่งระบอบทุนนิยม ระหว่างลักษณะการผลิตแห่งเกิดเพื่อสนองความต้องการสิ่งของเข้าผู้เข้าคนกับดักการแห่งปัจจัยการผลิตด้วยกันผลผลิตไม่ผิดครอบครองเพราะธนบดี การเผื่อแผ่ณสังคมไม่เสมอภาค พอการผลิตไปเจียรจรดสิ่งกลมๆเอ็ดก็จะเกิดการปรากฏแหวผลิตภัณฑ์จำหน่ายได้มาไม่หมด เป็นเหตุให้การผลิตต้องหยุดชะงัด ก่อกำเนิดเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ เสียแต่ว่าณฐานะช่วงปัจจุบัน แนวทางทุนนิยมคว้าปรับปรุงขนมจากราคาต้นทุนการผลิตจรจรดราคาต้นทุนการคลังจากนั้น เราแล้วจึงได้พบพานดุวิกฤตทีหลังๆ เรื่องเดิมขึ้นไป ไม่ไหวก่อเกิดขนมจากข้างการผลิตแห่งหนผลผลิตล้นตลาด แต่เกิดขนมจากด้านการเงินยิ่งกว่า กล่าวคือรูปแบบทุนการเงินคว้าปลอมสิ่งใหม่ทางการเงินขึ้นไปลงมาตลอดเวลา มีการกรอเศรษฐกิจแจกเกิดฟองสบู่ กระเป๋าแห้งบ๊วยฟองสบู่ถลาย วิกฤตเศรษฐกิจพื้นแผ่นดินก็บังเกิด เมืองจีนคว้าปฏิรูปพัฒนาเศรษฐกิจกับถลกด้าวเข้าสู่ทางโลกาภิวัฒน์ เศรษฐกิจจีนจึ่งผูกพันกับดักเศรษฐกิจพื้นโลกอย่างจำแนกเปล่าออกลูก ถ้าก่อกำเนิดวิกฤตเศรษฐกิจพื้นแผ่นดิน เมืองจีนก็เทียรกระเทือนเช่นกัน เสียแต่ว่านักวิชาการเมืองจีนจ่ายความเห็นแหวรูปแบบเศรษฐกิจประเทศจีนและสภาพเศรษฐกิจเมืองจีนประกอบด้วย “เรื่องข้นเหนียว” (Toughness) ที่จะสารภาพกับดักสถานการณ์เช่นกันสิ่งของบวกแห่งประกอบด้วยสิงสู่ เมืองจีนเน้นย้ำเศรษฐกิจต้นฉบับแท้จริงลงมาตลอด กับคุ้มครองเศรษฐกิจที่เป็นมายาเสพติด ไม่ยอมรับวางธุระแจกประกอบด้วยงานม้วนเศรษฐกิจณมุขมิชอบ ที่จะทำให้เกิดเศรษฐกิจฟองสบู่ อาทิณกรณีอสังหาริมทรัพย์ หรือว่าตลาดหุ้น จีนเน้นย้ำกรณีการประดิษฐ์ (Manufacturing) ฉบับร่างไม่เสียสละ ขนาดที่จักต้องการแจกอุตสาหกรรมการผลิตยกระดับเข้าสู่ทันสมัยชั้นเลิศ ก็ไม่ละเลยการประดิษฐ์ฐานราก จีนจึ่งประกอบด้วยอุตสาหกรรมการผลิตแห่งหนหลากหลายครบถ้วนเฉียดฉิวทั้งหมดชนิด มีสายการผลิตตั้งแต่พื้นฐานจนกระทั่งจอม ประกอบด้วยความสามารถพึ่งตนเองคว้าดำเกิง ประเทศจีนมีประชาราษฎร์มาก มีตลาดบริโภคในแห่งเทอะทะ อีกทั่วหลักแผนการของรัฐเอื้อกับการประจับจ่ายรายได้ที่เป็นธรรม ย้ำการแก้ปัญหาความยากแค้น ประเทศจีนขณะนี้ประกอบด้วยชนชั้นกรรมาชีพที่เทอะทะเต็มที่ในพื้นโลก ประกอบด้วยงานบริโภคภายในดำเกิงจรด 70% สรรพสิ่ง GDP เศรษฐกิจจีนจะไม่กระฉอกอย่างหนักครั้นก่อกำเนิดวิกฤตพื้นแผ่นดิน กลางเมืองประเทศจีนมีพลังจับร่างกาย (Cohesion) รุ่งเรือง ยามวิกฤตจักก่ายกอดกันสู้กับปัญหากับอุปสรรคฉบับร่างไม่ครั่นคร้าม นี่ตกว่าวัตถุบวกแห่งหนเป็นเหตุให้เศรษฐกิจจีนประกอบด้วยความเหนียว กับความเหนียวนี้เองก็ทำเอาจีนครบถ้วนที่จะสู้รบกับสหรัฐที่สงครามการขาย เดือนมิถุนายน 2562