กองทัพปฏิวัติประเทศอิหร่านกล่าวย้ำ หากมะกันกล้าหาญก่อหวอดโดนทางการทหารจักตอบโต้แจกสม

แสนยากรแก้ไขอิหร่านย้ำ แม้มะกันหาญก่อการกระทบทางทหารจักสู้รบจ่ายสมท่ามกลางการทำสงครามต่อสู้วัวตักทั่วโลกแห่งหนกำลังเดินเจียรชนิดดุเดือด ชีวิตพลเมืองโลกติดเชื้อเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่กระทั่งโล้น ตายอีกมากมายแสน จู่ๆ ทรัมป์ เท้าหน้าสหรัฐอเมริกาก็ออกมาแจกแจงเมื่อวันที่ 22 เม.ย.แหว รูปได้บัญชาให้กองทัพเรือสหรัฐฯ เหนี่ยวไกบุกเรือสิ่งของประเทศอิหร่านได้ขวับถ้าหากไม่ผิดอีกฝ่ายเข้ารบกวนที่ทะเลคำขู่สรรพสิ่งผู้นำอเมริกา มีขึ้นพ่างเปล่ากี่ทอผ้าขณะ ภายหลังที่กองกำลังปกป้องการปฏิวัติที่ประเทศอิหร่าน (IRGC) ข้อมูลดุคว้ายิง“ดาวเทียมนักรบ” ดวงแต่ต้นของด้าวขึ้นไปสู่ทางโคจร ระหว่างแถลงข่าวพอถ้อยคำวันที่ 22 เม.ย.เดวิด นอร์ควิสต์ รัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่แทนกลาโหมอเมริกา รีบเร่งอธิบายดุ คำขู่สรรพสิ่งทรัมป์ มีจุดประสงค์เพื่อจะป้องกำราบอิหร่าน กับทัพเรือจักยังคงปฏิบัติสิทธิที่การป้องกันตนเองเพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงกฎการชนช้างแต่อย่างใดกองทัพสหรัฐฯ แจงพอต้นเดือนนี้ตวาด ดารณี 11 ลำของกองกำลังนาวี IRGC แล่นเข้ามาใกล้เรือรบกับดารณีพนักงานตรวจตราชายฝั่งสหรัฐอเมริกา ที่เกียนอิหร่าน ซึ่งเขาทั้งหลายนับว่าเป็นการกระทำแห่งหน “ปากเหยี่ยวปากกาและจรุงยุ” เพราะที่ความจริงพวกเขาสิงสู่ห่างทะเลอิหร่านห่างแสนห่าง กว้านทัพเรือมาถึงหน้าบ้านอิหร่านน่าประกอบด้วยคดีน่ารังเกียจยิ่งกว่าวันรุ่งขึ้น รอยเตอร์เสนอดุ ประเทศอิหร่านจักทำลายเรือรบอเมริกา แม้ธีรภาพสถิรสิ่งของตนในทะเลอิหร่านไม่ผิดขู่ ผู้บัญชาการกองกำลังปกป้องการรัฐประหารประเทศอิหร่านประกาศทางสถานีโทรทัศน์ที่ประเทศชาติในวันที่ 23 เม.ย. “เกล้าผมเพิ่งจะบัญชาแก่กองกำลังกองทัพเรือสรรพสิ่งอีฉันแหว ให้ทำลายกองกำลังก่อการร้ายใดๆ ก็ตามสิ่งของอเมริกันณอ่าวอิหร่าน ซึ่งกดขี่ความมั่นคงมั่นคงสิ่งของเรือประเทศอิหร่านทั้งๆ ที่ครอบครองเรือทหารด้วยกันมิได้เรือนักรบ” พล.ตรี ฮอสนิกายเซน ลดลงกราบลาประกอบด้วย ทูล พร้อมกล่าวย้ำแหว “ความมั่นคงสิ่งของอ่าวอิหร่าน คือส่วนใดส่วนหนึ่งสิ่งของความสำคัญทางยุทธศาสตร์หลั่นต้นไม้ๆ สิ่งของอิหร่าน”ทางด้านเตหะปริ ได้มาประณามวอชิงตันผู้ดำรงฐานะคู่ปรับสิ่งของตนการหลอกลวงวนานว่า ครอบครองผู้ทำเช่นนี้ขึ้นไป ทิวากาลพฤหัสบดีแห่ง 23 เม.ย. กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน คว้าเรียกหาเออัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำเตหะราน ซึ่งเป็นผู้แทนสอดส่องประโยชน์สรรพสิ่งสหรัฐฯในอิหร่านลงมาพบพาน เพื่อที่จะส่งกรณีผ่านไปอีกต่างหากวอชิงตัน เกี่ยวความเครียดครั้นๆนี้ระหว่างประเทศอิหร่านกับดักอเมริกาพลตรี ลดลงกราบลาประกอบด้วย บ่งบอกแหว “เกล้าผมบอกกล่าวจ่ายคนอเมริกันแจ้งเอาไว้ดุ ดีฉันมีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวชนิดสุดขอบ และเอาจริงเอาจังณการปกป้องความมั่นคงแห่งชาติสิ่งของดีฉัน แนวเขตน่านน้ำสรรพสิ่งอีฉัน สวัสดีที่การเดินเรือของดีฉัน กับกองกำลังพิทักษ์ความมั่นคงสิ่งของดีฉัน และอีฉันจักรบตอบอย่างเด็ดขาดกับดักงานบ่อนทำลายใดๆก็ติดสอยห้อยตาม” ซึ่ง “อเมริกามีประสบการณ์เผชิญกับดักพลังอำนาจสรรพสิ่งดีฉันมาแล้วที่อดีตกาล และจักจำต้องศึกษาขนมจากความจัดเจนก๊กตรงนั้น”เพราะอะไร อยู่ดีๆ ทรัมป์แล้วจึงได้มาออกมาข่าวสารคำสั่งทางทหาร ในขณะที่เขาเองกำลังพบปะกับการกดดันจั้กๆขนมจากงานระบาดสิ่งของไวรัสโคโตท้องนาสายพันธุ์นวชาต (โคโพง-19) นักวิเคราะห์แม่ชีแหว แห่งประธานเรื่องเริ่มแรกก็ตกว่า ทางการประเทศอิหร่านได้มาประกาศสัมฤทธิผลในการส่งดาวเทียมทางการทหารขึ้นไปสู่ท้องฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่พอใจสรรพสิ่งทรัมป์สุดขอบ เพราะว่าทรัมป์จัดนี่เป็นคดีมานะบากบั่นสิ่งของอิหร่านที่จะพัฒนาอาวุธกระโดดทวีป กับดักกรณีแห่งหนอาทิตย์ที่ผ่านมา เรือรบของอิหร่านกับดักมะกันได้มาก่อเกิดเผชิญหน้าห้ามในทะเลอิหร่าน ทดกับดักภายในประเทศรัฐบาลทรัมป์ก็ต้านทานไม่ได้กับงานแพร่เชื้ออย่างอย่างมากสิ่งของงัวตัก งานออกมาข่าวสารขู่อิหร่านทางด้านการทหารนับว่าเป็นงานบิดเบือนสายตาของในประเทศสหรัฐอเมริกา นักวิเคราะห์คิดว่า ขณะนี้ ทัพเรือสหรัฐฯอีกต่างหากประกอบด้วยกำลังสู้รบตบมือแก่กล้าเหมือนเดิมไหม ทกวันนี้มีทหารประจำการกว่า 3,500 นาย ติดโรควัวตัก และกะลาสีประกอบด้วยมากที่สุด ดารณีใส่เรือบินที่มะกันนับว่าอย่างยิ่งเสาสรรพสิ่งการสู้สู้อย่างน้อยติดโรคโคตัก-19 จากนั้น 4 ลำ อาทิ เรือใส่เครื่องบินหนโอดอร์ รุสเวลต์ เรือใส่เครื่องบิน ปะทะัลด์ เรขัดสน ดารณีบรรทุกอากาศนาวา คาร์ล วิลดั้ง กับดารณีบรรจุเครื่องบิน ฝันซ์ นอกจากนี้ตัวนำมะกันอีกต่างหากปริปากแหว ฐานทัพ 150 ที่ที่ 41 ชาติ ณประเทศสหรัฐอเมริกาคว้าดำรงอยู่มีนักรบติดโรค ฐานะเช่นนี้จะก่อหวอดโดนทางทหารกับดักอิหร่านเป็นเรื่องแห่งหนลำบากมากขนมจากการตรวจตราโพล์ในประเทศครั้นแจ้นๆตรงนี้ ตำแหน่งงานสงเคราะห์ทรัมป์ที่จะดำรงฐานะประธานาธิบดีดามดำรงฐานะรอบสอง ได้มาตกต่ำจาก 49% ลงมาหลงเหลือ 43% ซีกอัตราแห่งไม่สงเคราะห์ทรัมป์ได้เพิ่มจาก 45% ดำรงฐานะ 54% ดังนั้น ทรัมป์ก็จำเป็นต้องบากบั่นค้นแตกต่างความสนใจของชาวอเมริกันในประเทศประกอบด้วยสุภาษิตเตือนใจตวาด พนักงานตรวจตราป่วยฉุกเฉินควรอย่าได้มาควานหมอต้นร่างเปล่าเลือกเฟ้นกรอง แล้วจึงปรามรัฐบาลทรัมป์แหว งานจักตัดทอนความเห็นติชมภายในประเทศ มุขที่บริสุทธ์ตกขอบก็คือควรกระทำรบพุ่งวัววิด-19 จ่ายบริสุทธ์ให้คงอยู่ข้อมูลออกจริงจัง สนับสนุนกอบกูชีวิตินทรีย์จ่ายเต็มเหนี่ยว แต่หามิได้ไตร่ตรองจนขม่อมแทบพังทลายเพื่อจะแตกต่างสายตามนุษย์และความขัดแย้ง 24 เม.ย. 63